เอเชียนคัพ

เอเอฟซี เอเชียนคัพ (อังกฤษ: AFC Asian Cup) เป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติของทวีปเอเชีย จัดโดย สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปที่เก่าแก่เป็นอันดับสองถัดจากการแข่งขันฟุตบอลรายการโคปาอเมริกา ซึ่งผู้ชนะการแข่งขันจะถือว่าเป็นแชมป์ของภูมิภาคทวีปเอเชีย และจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมในการแข่งขันฟุตบอลรายการฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ

เอเชียนคัพ
ก่อตั้งพ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956)
ภูมิภาคเอเชีย (เอเอฟซี)
จำนวนทีม24
ทีมชนะล่าสุด กาตาร์ (สมัยที่ 1)
ทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุด ญี่ปุ่น (4 สมัย)
เว็บไซต์www.the-afc.com/competition/afc-asian-cup

โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นทุก 4 ปี เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) ที่ฮ่องกง และจัดต่อเนื่องทุก 4 ปี จนกระทั่งปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ที่ประเทศจีน ซึงในปีเดียวกันนั้นมีการจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนและการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ทำให้ทางสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียตัดสินใจเลื่อนการจัดการแข่งขันครั้งต่อไปเป็นปี พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) ซึ่งครั้งนั้นมีเจ้าภาพร่วมจาก 4 ประเทศคืออินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม และจัดการแข่งขันครั้งต่อไปทุก 4 ปีเป็นปกติหลังจากนั้น

ผู้ชนะเลิศการแข่งขันเอเชียนคัพส่วนใหญ่จะเป็นทีมชาติที่มาจากกลุ่มประเทศชั้นนำทางด้านวงการฟุตบอล ซึ่งได้แก่เกาหลีใต้และอิหร่าน จนกระทั่งหลังจากปี พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) ที่มีแชมป์เป็นทีมชาติญี่ปุ่นและซาอุดิอาระเบีย นอกจากนี้ยังมีแชมป์จากทีมชาติออสเตรเลีย อิรัก คูเวต และอิสราเอล (ซึ่งภายหลังถูกขับออกและได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า)

ประเทศออสเตรเลียเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียในปี พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2005) และได้เป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพ 2015 (พ.ศ. 2558) สำหรับเอเชียนคัพ 2019 ซึงจัดขึ้นที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถือเป็นเอเชียนคัพครั้งแรกที่ขยายจำนวนทีมในรอบสุดท้ายจาก 16 ทีม เป็น 24 ทีม นอกจากนี้ยังถือเป็นการคัดเลือกตัวแทนโซนเอเชียในการเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายอีกด้วย

ต่างจากการแข่งขันทัวร์นาเมนต์อื่นๆ การแข่งขันเอเชียนคัพมักมีการเลื่อนวันจัดการแข่งขันในแต่ละครั้งให้สอดคล้องกับสภ่าพภูมิอากาศของประเทศเจ้าภาพ เช่นในปี พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) มีจัดการแข่งขันในเดือนกรกฎาคม แต่การแข่งขันทั้ง 3 ครั้งหลังจากนั้นจะจัดการแข่งขันในเดือนมกราคม

ประวัติ

หลังการจัดตั้งสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียในปี พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) ได้มีการจัดการแข่งขันเอเชียนคัพขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) ที่ฮ่องกง โดยทีมที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมในการแข่งขันจะมีทีมจากชาติเจ้าภาพและการคัดทีมผู้ชนะจากโซนต่างๆ (เอเชียกลาง เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันตก) ซึ่งเป็นการชิงชัยเพียง 4 ทีมเท่านั้น ระบบการคัดเลือกนี้ถูกใช้จนกระทั่งการแข่งขันในปี พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964)

ทีมชาติญี่ปุ่นทำสถิติแชมป์ในการแข่งขันเอเชียนคัพมากที่สุดถึง 4 ครั้งจากการแข่งขันในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992), ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000), ปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) และปี พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011)

ทีมชาติออสเตรเลียได้เข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนคัพ 2007 ในปี พ.ศ. 2550 และสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ต้องพ่ายให้กับทีมชาติอิรัก ซึ่งภายหลังสามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขันในครั้งนั้น และถือเป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกในรายการนี้ แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศก็ตาม

การแข่งขันเอเชียนคัพ 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ครั้งล่าสุด ได้มีการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาหลายอย่าง เช่น การใช้ระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอหรือวีเออาร์ และการเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายจาก 16 ทีม เป็น 24 ทีม อีกทั้งยังแก้ไขกติกาให้สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 4 ในช่วงต่อเวลาพิเศษได้ นอกจากนี้ทีมชาติกาตาร์ยังสามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้ด้วยการเอาชนะทีมชาติญี่ปุ่นในรอบชิงชนะเลิศ ถือเป็นแชมป์รายการเอเชียนคัพครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพ

ถ้วยรางวัล

ถ้วยรางวัลในการแข่งขันเอเชียนคัพแบ่งออกเป็น 2 แบบ แบบแรกถูกใช้ในการแข่งขันระหว่างปี พ.ศ. 2499 (ค.ศ. 1956) จนถึงปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ส่วนแบบที่สองเริ่มใช้ตั้งแต่การแข่งขันเอเชียนคัพ 2019 ปี พ.ศ. 2562

ถ้วยรางวัลแบบแรกจะเป็นลักษณะคล้ายถ้วยบนฐานทรงกระบอก มีความสูง 42 เซนติเมตร และหนัก 15 กิโลกรัม จนในการแข่งขันในปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) ได้มีการบรรจุหินสลักชื่อประเทศที่ชนะเลิศในการแข่งขันทุกครั้งลงไปในฐานของถ้วยรางวัล ซึ่งภายหลังได้ถูกออกแบบใหม่ด้วยการเพิ่มเนื้อโลหะเงินและลดความหนาของฐานสีดำด้านล่าง อีกทั้งมีการเปลี่ยนเป็นการสลักชื่อลงรอบฐานของถ้วยรางวัลแทน

วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ระหว่างการแข่งขันเอเชียนคัพ 2019 รอบแบ่งกลุ่มในเมืองดูไบ มีการเผยถ้วยรางวัลแบบใหม่ซึ่งสร้างและออกแบบโดย Thomas Lyte แบรนด์ออกแบบถ้วยรางวัลชั้นนำจากอังกฤษ ตัวถ้วยรางวัลมีความสูงถึง 78 เซนติเมตร กว้าง 42 เซนติเมตร วัสดุทำจากเงิน โดยน้ำหนักรวมอยู่ที่ 15 กิโลกรัม ถ้วยรางวัลถูกออกแบบให้คล้ายดอกบัวหลวงซึ่งเป็นพืชน้ำที่สื่อถึงทวีปเอเชีย กลีบดอกบัวทั้งห้าเป็นตัวแทนของ 5 สหพันธ์ฟุตบอลภายใต้การกำกับดูแลของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ยังคงมีสลักรายชื่อแชมป์ทุกครั้งจนถึงปัจจุบันลงบนฐานเหมือนแบบแรก แต่ส่วนของฐานกับตัวถ้วยรางวัลจะแยกเป็นคนละส่วน นอกจากนี้ถ้วยรางวัลแบบใหม่จะมีด้ามจับทั้งสองข้าง ต่างจากถ้วยรางวัลแบบแรก

การแข่งขันรอบสุดท้าย

การแข่งขันเอเชียนคัพรอบสุดท้ายจะมีทีมเข้าร่วมชิงชัยทั้งหมด 24 ทีม การคัดเลือกแบ่งออกเป็น 2 รอบคือ รอบแบ่งกลุ่ม และรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยรอบแบ่งกลุ่มจะทำการแข่งขันแบบพบกันหมดจากทั้งหมด 6 กลุ่ม สำหรับทีมที่ดีที่สุด 2 ทีมในแต่ละสายจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย อีก 4 ทีมที่เหลือจะคัดจากทีมอันดับ 3 ของแต่ละสายที่ดีที่สุด 4 ทีม สำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออกจนไปถึงรอบชิงชนะเลิศ

ผลการแข่งขัน

# ปี เจ้าภาพ รอบชิงชนะเลิศ รอบชิงอันดับ 3 จำนวนทีม
ชนะเลิศ ผลการแข่งขัน รองชนะเลิศ อันดับ 3 ผลการแข่งขัน อันดับ 4
1 1956  ฮ่องกง
เกาหลีใต้
ไม่มี
อิสราเอล

ฮ่องกง
ไม่มี
เวียดนามใต้
4
2 1960  เกาหลีใต้
เกาหลีใต้
ไม่มี
อิสราเอล
สาธารณรัฐจีน ไม่มี
เวียดนามใต้
4
3 1964  อิสราเอล
อิสราเอล
ไม่มี
อินเดีย

เกาหลีใต้
ไม่มี
ฮ่องกง
4
4 1968  อิหร่าน
อิหร่าน
ไม่มี
พม่า

อิสราเอล
ไม่มี สาธารณรัฐจีน 5
5 1972  ไทย
อิหร่าน
2–1
(หลังต่อเวลาพิเศษ)

เกาหลีใต้

ไทย
2–2
(หลังต่อเวลาพิเศษ)
(5–3 ลูกโทษ)

สาธารณรัฐเขมร
6
6 1976  อิหร่าน
อิหร่าน
1–0
คูเวต

จีน
1–0
อิรัก
6
7 1980  คูเวต
คูเวต
3–0
เกาหลีใต้

อิหร่าน
3–0
เกาหลีเหนือ
10
8 1984  สิงคโปร์
ซาอุดีอาระเบีย
2–0
จีน

คูเวต
1–1
(5–3 ลูกโทษ)

อิหร่าน
10
9 1988  กาตาร์
ซาอุดีอาระเบีย
0–0
(หลังต่อเวลาพิเศษ)

(4–3 ลูกโทษ)


เกาหลีใต้

อิหร่าน
0–0
(3–0 ลูกโทษ)

จีน
10
10 1992  ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น
1–0
ซาอุดีอาระเบีย

จีน
1–1
(4–3 ลูกโทษ)

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
8
11 1996  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ซาอุดีอาระเบีย
0–0
(หลังต่อเวลาพิเศษ)

(4–2 ลูกโทษ)


สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

อิหร่าน
1–1
(3–2 ลูกโทษ)

คูเวต
12
12 2000  เลบานอน
ญี่ปุ่น
1–0
ซาอุดีอาระเบีย

เกาหลีใต้
1–0
จีน
12
13 2004  จีน
ญี่ปุ่น
3–1
จีน

อิหร่าน
4–2
บาห์เรน
16
14 2007  อินโดนีเซีย
 มาเลเซีย
 ไทย
 เวียดนาม

อิรัก
1–0
ซาอุดีอาระเบีย

เกาหลีใต้
0–0
(หลังต่อเวลาพิเศษ)

(6–5 ลูกโทษ)


ญี่ปุ่น
16
15 2011  กาตาร์
ญี่ปุ่น
1–0
(หลังต่อเวลาพิเศษ)

ออสเตรเลีย

เกาหลีใต้
3–2
อุซเบกิสถาน
16
16 2015  ออสเตรเลีย
ออสเตรเลีย
2–1
(หลังต่อเวลาพิเศษ)

เกาหลีใต้

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
3–2
อิรัก
16
# ปี เจ้าภาพ รอบชิงชนะเลิศ รอบรองชนะเลิศ จำนวนทีม
ชนะเลิศ ผลการ

แข่งขัน

รองชนะเลิศ
17 2019  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
กาตาร์
3–1
ญี่ปุ่น
 อิหร่าน และ  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 24
18 2023  จีน หรือ  เกาหลีใต้ TBD TBD TBD 24

ความสำเร็จในการแข่งขัน

ทีม ชนะเลิศ รองชนะเลิศ อันดับสาม อันดับสี่ Semi-finalists Top 4 Finishes
 ญี่ปุ่น 4 (1992*, 2000, 2004, 2011) 1 (2019) 1 (2007) 6
 ซาอุดีอาระเบีย 3 (1984, 1988, 1996) 3 (1992, 2000, 2007) 6
 อิหร่าน 3 (1968*, 1972, 1976*) 4 (1980, 1988, 1996, 2004) 1 (1984) 1 (2019) 9
 เกาหลีใต้ 2 (1956, 1960*) 4 (1972, 1980, 1988, 2015) 4 (1964, 2000, 2007, 2011) 10
 อิสราเอล1 1 (1964*) 2 (1956, 1960) 1 (1968) 4
 คูเวต 1 (1980*) 1 (1976) 1 (1984) 1 (1996) 4
 ออสเตรเลีย 1 (2015*) 1 (2011) 2
 อิรัก 1 (2007) 2 (1976, 2015) 3
 กาตาร์ 1 (2019) 1
 จีน 2 (1984, 2004*) 2 (1976, 1992) 2 (1988, 2000) 6
 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 (1996*) 1 (2015) 1 (1992) 1 (2019*) 4
 อินเดีย 1 (1964) 1
 พม่า 1 (1968) 1
 ฮ่องกง 1 (1956*) 1 (1964) 2
 จีนไทเป2 1 (1960) 1 (1968) 2
 ไทย 1 (1972*) 1
 เวียดนาม3 2 (1956, 1960) 2
 กัมพูชา 1 (1972) 1
 เกาหลีเหนือ 1 (1980) 1
 บาห์เรน 1 (2004) 1
 อุซเบกิสถาน 1 (2011) 1
Total17171616268
* เจ้าภาพ
1 อิสราเอลในปัจจุบันเป็นสมาชิกยูฟ่า[1]

ความสำเร็จแบ่งตามภูมิภาค

ภูมิภาคผลงานที่ดีที่สุด
เอเชียตะวันตกชนะเลิศ 6 ครั้ง โดย ซาอุดีอาระเบีย คูเวต อิรัก กาตาร์ (1980, 1984, 1988, 1996, 2007, 2019)
เอเชียตะวันออกชนะเลิศ 6 ครั้ง โดย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ (1956, 1960, 1992, 2000, 2004, 2011)
อาเซียนชนะเลิศ โดย ออสเตรเลีย (2015)
เอเชียใต้รองชนะเลิศ โดย อินเดีย (1964)
เอเชียกลางชนะเลิศ 3 ครั้ง โดย อิหร่าน (1968, 1972, 1976)

ทีมที่ผ่านเข้ารอบ

ทีม
1956
(4)

1960
(4)

1964
(4)

1968
(5)

1972
(6)

1976
(6)

1980
(10)

1984
(10)

1988
(10)

1992
(8)

1996
(12)

2000
(12)

2004
(16)




2007
(16)

2011
(16)

2015
(16)

2019
(24)
ปี
West Asian Members
 บาห์เรน ו•×GS×4thGSGSGSR16 6
 อิรัก GS4th××××QFQFQF1stQF4thR16 9
 จอร์แดน ×××QFQFGSR16 4
 คูเวต ×GS2nd1st3rdGS4thQFGSGSGS× 10
 เลบานอน ××××GS×GS 2
 โอมาน ×GSGSGSR16 4
 ปาเลสไตน์ GSGS 2
 กาตาร์ GSGSGSGSQFGSGSQFGS1st 10
 ซาอุดีอาระเบีย ••×1st1st2nd1st2ndGS2ndGSGSR16 10
 ซีเรีย ×GSGSGSGSGSGS 6
 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ GSGSGS4th2ndGSGSGS3rdSF 10
 เยเมน ×GS 1
Central Asian Members
 อิหร่าน ××1st1st1st3rd4th3rdGS3rdQF3rdQFQFQFSF 14
 คีร์กีซสถาน Part of the USSR×R16 1
 เติร์กเมนิสถาน Part of the USSRGSGS 2
 อุซเบกิสถาน Part of the USSRGSGSQFQF4thQFR16 7
South Asian Members
 บังกลาเทศ Part of Pakistan×GS× 1
 อินเดีย ×2nd×GSGSGS 4
East Asian Members
 จีน 3rdGS2nd4th3rdQF4th2ndGSGSQFQF 12
 จีนไทเป 3rd×4th××××× 2
 ฮ่องกง 3rd4th5th 3
 ญี่ปุ่น ××××××GS1stQF1st1st4th1stQF2nd 9
 เกาหลีเหนือ ••4th×GS××GSGSGS 5
 เกาหลีใต้ 1st1st3rd2nd2ndGS2ndQF3rdQF3rd3rd2ndQF 14
Southeast Asian Members
 ออสเตรเลีย OFC MemberQF2nd1stQF 4
 กัมพูชา ××4th×××××××× 1
 อินโดนีเซีย ×××GSGSGSGS× 4
 มาเลเซีย Part of MalayaGSGSGS 3
 พม่า ×××2nd××××××× 1
 ฟิลิปปินส์ ×××××××GS 1
 สิงคโปร์ ×××GS× 1
 ไทย ××3rd••GSGSGSGSGSR16 7
 เวียดนาม 4th4th×××××QFQF 4
Former AFC Members
 อิสราเอล 2nd2nd1st3rd••Expelled from AFCUEFA Member 4
 เยเมนใต้ GS××Part of Yemen 1
สัญลักษณ์
  • 1st – แชม
  • 2nd – รองแชม
  • 3rd – ที่ 3
  • 4th – ที่ 4
  • QF – รอบก่อนชิงชนะเลิศ
  • GS – รอบคัดเลือก
  • q – เข้ารอบแต่ยังไม่ได้แข่ง
  •     — เจ้าภาพ


การปรากฏตัวของทีม

ปี ปรากฏตัว รวม
1956  เกาหลีใต้,  ฮ่องกง,  เวียดนามใต้,  อิสราเอล 4
1960  จีนไทเป 1
1964  อินเดีย 1
1968  อิหร่าน,  พม่า 2
1972  กัมพูชา,  อิรัก,  คูเวต,  ไทย 4
1976  เยเมนใต้,  จีน 2
1980  บังกลาเทศ,  มาเลเซีย,  เกาหลีเหนือ,  กาตาร์,  ซีเรีย,  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 6
1984  ซาอุดีอาระเบีย,  สิงคโปร์ 2
1988  บาห์เรน,  ญี่ปุ่น 2
1992 None 0
1996  อินโดนีเซีย,  อุซเบกิสถาน 2
2000  เลบานอน 1
2004  จอร์แดน,  โอมาน,  เติร์กเมนิสถาน 3
2007  ออสเตรเลีย 1
2011 None 0
2015  ปาเลสไตน์ 1
2019  คีร์กีซสถาน,  ฟิลิปปินส์,  เยเมน 3

ความขัดแย้ง

แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ระดับทวีป แต่การแข่งขันเอเชียนคัพก็ต้องประสบกับปัญหาหลายครั้ง ทั้งการไม่สามารถโน้มน้าวให้หลายชาติเข้าร่วมการแข่งขันได้ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ค่าใช้จ่ายการเดินทางของชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันที่มหาศาล ตลอดจนความปัญหาจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชาติที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ความขัดแย้งทางการเมือง

การแข่งขันเอเชียนคัพมักตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างชาติสมาชิกอยู่บ่อยครั้ง เช่น กรณีของอิสราเอลซึ่งเคยเป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ภายหลังสงครามยมคิปปูร์ได้ทวีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับชาติสมาชิกในคาบสมุทรอาหรับ อิสราเอลถอนตัวออกจากสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียในปี พ.ศ. 2517 และเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาพันธ์ฟุตบอลโอเชียเนีย (โอเอซี) ซึ่งภายหลังได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิกของสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ในปี พ.ศ. 2533

กรณีคล้ายกันคือความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านภายหลังการเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะรานในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งทีมชาติอิหร่านปฏิเสธที่จะทำการแข่งขันกับทีมชาติซาอุดิอาระเบีย และขู่จะถอนตัวออกจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียหากไม่ทำตามคำขอ ซึ่งได้ลุกลามเป็นความขัดแย้งในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีกรณีของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือกโซนเอเชียที่จะจัดขึ้นในกรุงเปียงยาง จนเป็นเหตุทำให้ต้องมีการเปลียนไปทำการแข่งขันที่เซี่ยงไฮ้แทน

ปัญหาจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขัน

จำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันแป็นอีกปัญหาของการแข่งขันเอเชียนคัพ เช่น ในการแข่งขันเอเชียนคัพ 2011 (พ.ศ. 2554) ที่ประเทศกาตาร์ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปชมการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีผู้เข้าชมการแข่งขันในสนามมีไม่กี่คนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่าทางกาตาร์เองถึงกับต้องนำกำลังทหารมานั่งแทนผู้ชมในสนามเพื่อภาพลักษณ์ที่ดูดีอีกด้วย

อ้างอิง

  1. "About the IFA". The Israel Football Association. สืบค้นเมื่อ 27 July 2014.

แหล่งข้อมูลอื่น


ฟุตบอลชิงถ้วยรางวัลในระดับโลก
คอนเฟเดอเรชันส์คัพ
เอเชียนคัพแอฟริกาคัพออฟเนชันส์โกลด์คัพโกปาอาเมริกาฟุตบอลยูโร - โอเอฟซีเนชันส์คัพ
This article is issued from Wikipedia. The text is licensed under Creative Commons - Attribution - Sharealike. Additional terms may apply for the media files.