พัน กี-มุน

พัน กี-มุน (อักษรโรมัน: Ban Ki-moon; เกาหลี: 반기문, ฮันจา: 潘基文, MC: Ban Gi-mun, MR: Pan Ki-mun) เป็นอดีตเลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 8 ต่อจากโคฟี แอนนัน โดยได้รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2007 ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่ง พันเคยเป็นนักการทูตในกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของเกาหลีใต้ เขาได้ก้าวเข้าสู่พิธีการทูตตั้งแต่ปีที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย โดยได้รับตำแหน่งแรกในนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในระหว่างการทำงาน เขาได้สร้างชื่อเสียงในด้านความถ่อมตนและความสามารถ

พัน กี-มุน
เลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 8
ดำรงตำแหน่ง
1 มกราคม 2007  31 ธันวาคม 2016
ก่อนหน้า โคฟี แอนนัน
ถัดไป อังตอนียู กูแตรึช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า
ดำรงตำแหน่ง
17 มกราคมพ 2004  10 พฤศจิกายน 2006
ประธานาธิบดี โน มูฮยอน
ก่อนหน้า ยุน ยังควาน
ถัดไป ซง มินซุน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 13 มิถุนายน ค.ศ. 1944[1]
เทศมณฑลอึมซ็อง จังหวัดชุงช็องเหนือ ดินแดนเกาหลี จักรวรรดิญี่ปุ่น
สัญชาติ เกาหลีใต้
คู่สมรส ยู ซุนแท็ก
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยนานาชาติโซล (B.A.)
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (M.P.A.)
ศาสนา ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ[2][3]
ลายมือชื่อ

พันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของเกาหลีใต้ตั้งแต่เดือนมกราคม ค.ศ. 2005 ถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2006 ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 เขาเริ่มการรณรงค์หาเสียงสำหรับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ เดิมทีพันถูกพิจารณาว่ามีโอกาสเข้ารับตำแหน่งน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ในฐานะรัฐมนตรี เขาสามารถเดินทางไปยังประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทุกประเทศได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้เขาได้เปรียบมากขึ้น

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2006 เขาได้รับเลือกจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 8 เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2007 เขาสืบทอดตำแหน่งแอนนันสำเร็จ และนำการปฏิรูปครั้งสำคัญในการรักษาสันติภาพและปฏิบัติการการจัดวางกำลังของสหประชาชาติ ในทางการทูต พันได้ให้ความเอาใจใส่อย่างมากต่อความขัดแย้งในดาร์ฟูร์ ที่ซึ่งเขาช่วยชักนำให้ประธานาธิบดีซูดาน อูมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร์ ยินยอมให้กองกำลังรักษาสันติภาพเข้าสู่ซูดาน ในประเด็นเกี่ยวกับปรากฏการณ์โลกร้อน เขาได้กดดันปัญหาดังกล่าวหลายครั้งกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช

ประวัติ

พันสมรสกับนางยู ซูน แท็ก และมีลูกชาย 1 คน กับลูกสาว 2 คน ถึงแม้จะเป็นชาวเกาหลีใต้โดยกำเนิด แต่พันก็มีความคล่องแคล่วในภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนมัธยมในทศวรรษที่ 60 พันชนะเลิศการแข่งขันภาษาอังกฤษซึ่งจัดขึ้นโดยสภากาชาดอเมริกัน ทำให้เขาได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาและเข้าพบ จอห์น เอฟ. เคนเนดี อีกด้วย เขาระบุว่าตนเองเป็นคริสต์ศาสนิกชนซึ่งไม่ได้เข้ารีตนิกายใด ๆ

พันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซลใน 1970 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขารัฐประศาสนศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปีค.ศ. 1985

เลขาธิการสหประชาชาติ

ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 พันประกาศที่จะสมัครเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ซึ่งจะเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากโคฟี แอนนัน ที่จะหมดวาระเมื่อสิ้น ค.ศ. 2006 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีชาวเกาหลีใต้ลงชิงตำแหน่ง โดยพันได้คะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งทุกครั้งในการลงคะแนนหยั่งเสียงทั้ง 4 หนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งมีการจัดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม[4] 14 กันยายน[5] 28 กันยายน[6] และ 2 ตุลาคม[7]

จากผลการลงคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พันได้รับเสียงสนับสนุนทั้งสิ้น 14 เสียงโดยไม่มีผู้คัดค้านเลยแม้แต่เสียงเดียว และอีก 1 เสียงซึ่ง "ไม่ลงคะแนน" นอกจากนั้น เขายังไม่ถูกคัดค้านโดยใช้วีโต้คัดค้านเลย ในขณะที่ผู้ลงสมัครที่เหลืออีก 5 คนนั้นถูกลงคะแนนคัดค้านโดยแต่ละชาติสมาชิกถาวร 5 ชาติ-ซึ่งได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา-อย่างน้อย 1 เสียง[8] หลังจากการลงคะแนนเสียง ชาชิ ธารูร์ ตัวแทนจากประเทศอินเดียซึ่งได้รับคะแนนเป็นอันดับสองได้ขอถอนตัวออกจากการคัดเลือกไปและกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเขารู้สึก "มั่นใจว่าพันจะชนะ" ขณะที่ผู้แทนถาวรของจีนต่อสหประชาชาติกล่าวว่า "ค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดจากการหยั่งเสียงในวันนี้ว่าท่านรัฐมนตรีพัน คี มูนจะเป็นผู้ลงสมัครซึ่งคณะมนตรีความมั่นคงแนะนำแก่สมัชชาใหญ่"[9]

ในวันที่ 9 ตุลาคม คณะมนตรีความมั่นคงได้เลือกให้พันเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม สมาชิกสมัชชาใหญ่ทั้ง 192 ชาติก็มีมติแต่งตั้งให้พันเป็นว่าที่เลขาธิการสหประชาชาติ[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง

  1. Warren Hoge (2006-12-09). "For New U.N. Chief, a Past Misstep Leads to Opportunity". The New York Times.
  2. "Correction: Ban Ki-moon". The Economist. 2007-01-11. สืบค้นเมื่อ 2007-08-02.
  3. "Transcript of Press Conference by Secretary-General-Designate Ban Ki-moon At United Nations Headquarters". un.org. 13 October 2006. สืบค้นเมื่อ 2007-12-15.
  4. "Ban takes 1st Straw Poll". UNSG.org. 2006-07-24. สืบค้นเมื่อ 2006-09-28. External link in |publisher= (help)
  5. "Ban firms up lead in second Straw Poll". UNSG.org. 2006-09-14. สืบค้นเมื่อ 2006-09-28. External link in |publisher= (help)
  6. "Ban slips but holds, Vike Freiberga pushes into third". UNSG.org. 2006-09-28. สืบค้นเมื่อ 2006-09-28. External link in |publisher= (help)
  7. "Ban Ki-moon wins". UNSG.org. 2006-10-02. สืบค้นเมื่อ 2006-10-02. External link in |publisher= (help)
  8. "Ban vows to reform U.N. if given top job". . 2006-10-03. สืบค้นเมื่อ 2006-10-09. External link in |publisher= (help)
  9. http://webcast.un.org/ramgen/sc/so061002pm3.rm
คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ พัน กี-มุน ได้โดยค้นหาจาก
โครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย :
หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม
หนังสือ จากวิกิตำรา
คำคม จากวิกิคำคม
ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์
เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว
แหล่งเรียนรู้ จากวิกิวิทยาลัย
This article is issued from Wikipedia. The text is licensed under Creative Commons - Attribution - Sharealike. Additional terms may apply for the media files.