ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (อังกฤษ: Bosnia and Herzegovina; บอสเนีย: Bosna i Hercegovina) บางครั้งย่อเป็น Bosnia, BiH, БиХ เป็นประเทศบอลข่านตะวันตกที่มีภูเขามาก เมืองหลวงชื่อซาราเยโว เดิมเป็นหนึ่งในหกสาธารณรัฐของอดีตยูโกสลาเวีย ได้รับเอกราชในสงครามยูโกสลาเวียในช่วงทศวรรษ 1990 และเนื่องจากข้อตกลงเดย์ตัน จึงเป็นรัฐในอารักขาของชุมชนนานาชาติ ปกครองโดยตัวแทนระดับสูงที่เลือกโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
Bosna i Hercegovina (บอสเนีย)
Bosne i Hercegovina (โครเอเชีย)
Bosna i Hercegovina;
Босна и Херцеговина
(เซอร์เบีย)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญ: ไม่มี
เพลงชาติ: Intermeco
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
ซาราเยโว
43°52′N 18°25′E
ภาษาราชการ ภาษาบอสเนีย ภาษาเซอร์เบีย และภาษาโครเอเชีย
การปกครอง สมาพันธรัฐ
  ประธานคณะประธานาธิบดี เซลีโก กอมชิช
  สมาชิกประธานาธิบดี เซลีโก กอมชิช
เชฟิก จาเฟโรวิช
มิโลรัด โดดิก
  นายกรัฐมนตรี เดนิส ซวิสดิซ
ประวัติศาสตร์บอสเนีย ก่อตั้งในปี 753 
  ราชอาณาจักรบอสเนีย 753 
  สมัย ออตโตมันยึดครอง 1463 
  ดินแดนใต้การปกครองร่วมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1878 
  ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย 1918 
  สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย 1943 
  สาธารณรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา/ สงครามบอสเนีย 1992 
  สหพันธ์รัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1995 
  ข้อตกลงเดย์ตัน ก่อตั้งสมาพันธรัฐ(ในทางพฤตินัย) 1995 
พื้นที่
  รวม 51,129 ตร.กม. (125)
19,741 ตร.ไมล์ 
  แหล่งน้ำ (%) น้อยมาก
ประชากร
  2556 (ประเมิน) 3,511,372 2 (112)
  2534 (สำมะโน) 4,354,911 
  ความหนาแน่น 69 คน/ตร.กม. (90)
205 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2562 (ประมาณ)
  รวม $ 50.045 พันล้าน 
  ต่อหัว $ 14,219 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2562 (ประมาณ)
  รวม $ 20.720 พันล้าน 
  ต่อหัว $ 5,917 
จีนี (2554) 33.8[1] 
HDI (2560) 0.768 (สูง) (77th)
สกุลเงิน คอนเวร์ทีบิลนามาร์คา (BAM)
เขตเวลา CEST (UTC+1)
   ฤดูร้อน (DST) CEST (UTC+1)
โดเมนบนสุด .ba
รหัสโทรศัพท์ 387

การแบ่งเขตการปกครอง

ตามข้อตกลงเดย์ตัน ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาแบ่งเขตการบริหารหลักออกเป็น

  1. รัฐอูนา-ซานา
  2. รัฐพอซาวีนา
  3. รัฐทุซลา
  4. รัฐเซนีตซา-ดอบอย
  5. รัฐบอสเนียนพอดรินเย
  6. รัฐเซนทรัลบอสเนีย
  7. รัฐเฮอร์เซโกวีนา-เนเรตวา
  8. รัฐเวสต์เฮอร์เซโกวีนา
  9. รัฐซาราเยโว
  10. รัฐเวสต์บอสเนีย
  1. เขตบันยาลูคา
  2. เขตดอบอย
  3. เขตบีเยลยีนา
  4. เขตวลาเซนีตซา
  5. เขตซาราเยโว-รอมานียา
  6. เขตฟอตชา
  7. เขตเทรบินเย
  • เขตเบิตช์โค เป็นหน่วยบริหารที่ปกครองตนเองภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นส่วนหนึ่งของทั้งสหพันธรัฐบอสเนียฯ และสาธารณรัฐเซิร์ปสกา

กองทัพ

บอสเนียมีทหารกองประจำการประมาณ 14,000 นาย โดยบอสเนียวางกำลังทหารอยู่ตามแนวป่าและชายแดนประเทศ เพื่อป้องกันประเทศของตน บอสเนียจัดกลุ่มทหารตามป่าอยู่ประมาณ 3.000-4.000 คน ส่วนชายแดนมีประมาณ 5.000-10.000 คน รถถังส่วนใหญ่ใช้รุ่น T-55 จำนวน 155 คัน และ M-60A3 จำนวน 45 รวมถึงยานเกราะลำเลียงพล M-113 ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ รถเกราะติดปืนกล55.ม.ม. ถึงบอสเนียจะมีกำลังทหารน้อย แต่ก็แข็งแกร่งมาก

ประวัติศาสตร์

ยูโกสลาเวียเดิมประกอบด้วย 6 สาธารณรัฐ กล่าวคือ สาธารณรัฐสโลวีเนีย โครเอเทีย เซอร์เบีย บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา มอนเตนิโกร และมาซิโดเนีย รวมทั้งคอซอวอและวอยวอดีนา ซึ่งเป็นจังหวัดปกครองตนเอง

ราชอาณาจักรบอสเนีย

ราชอาณาจักรบอสเนีย ก่อตั้งราวปี 753 โดยชาวบอสเนีย ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายบอสเนียนออร์ทอดอกซ์ และเข้าเป็นสมาชิกของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จนถึงปี 1463 ชาวบอสเนียเริ่มหันเข้ารับอิสลาม และรวมชาติเข้ากับ จักรวรรดิออตโตมัน ทำให้จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์หมดสิทธิปกครองบอสเนียต่อไป

สมัยออตโตมัน(1463-1887)

จักรวรรดิออตโตมันได้รวมบอสเนียเป็นแคว้นของจักรวรรดิบอสเนีย คล้ายกับจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์หรือจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เช่นเดียวกับเซอร์เบีย และดินแดนอื่นๆใกล้เคียง

ปฏิวัติบอสเนียใหญ่และความพยายามประกาศเอกราชจากออตโตมัน

ในปี1831 ดินแดนเอยาเลต์แห่งบอสเนียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปกครองของออตโตมันได้ก่อการกำเริบที่เรียกว่าGreat Bosnian Uprising ภายใต้การนำของHusein Gradaščević หรือฉายานาม มังกรแห่งบอสเนีย(Zmaj od Bosne) การต่อสู้ดุเดือด ในปี1833 ออตโตมันก็สามารถยึดซาราเยโวกลับมาได้ แต่ก็ต้องเสียการควบคุมประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ที่มีการก่อจลาจลและการปฏิวัติเพื่อเอกราชมากมาย ตามเมือง ตามป่าตามเขา ในหลายจุดทั่วดินแดน กระตุ้นชาตินิยมที่ไม่เฉพาะบอสเนียแต่รวม เซอร์เบีย บัลกาเรีย มอนเตเนโกร และ โรมาเนีย การต่อสู้ทำให้เกิดเหตุที่เรียกว่า การกำเริบในเฮอร์เซโกวีนา(Herzegovina uprising)ในปี1852-1862 และ ในปี1875-1877 และกลายมาเป็น ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เรียกว่า Great Eastern Crisisหรือวิกฤตตะวันออกครั้งใหญ่ ที่ออตโตมันยอมถอยออกจากบอสเนีย

ดินแดนปกครองร่วมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา(1887-1918)

เพิ่มเติมในดินแดนใต้การปกครองร่วมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

ราชวงศ์ฮับสบูร์ก ได้ประชุมร่วมกับ กลุ่มมุขมนตรีบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา หลังในปี1878 ออสเตรียมีบทบาทมากในการช่วยบอสเนียต่อสู้กับออตโตมัน คณะรัฐบาลจึงเชิญ จักรพรรดิแแห่งออสเตรียขึ้นเป็นประมุขของประเทศ และ ได้ผนวกดินแดนรวมกับจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เป็นประเทศองค์ประกอบ เหมือนกับ ราชอาณาจักรโบเฮเมีย หรือ ราชอาณาจักรโมราเวีย. ราชอาณาจักรบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาของราชวงศ์ฮับสบูร์กสิ้นสุดลงหลังการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่1

ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย(1918-1943)

เพิ่มเติมในราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย

ราชอาณาจักรยูโกสลาเวียก่อตั้งขึ้นโดยการรวมตัวของรัฐแห่งชาวสโลวีน โครแอต และเซิร์บที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นและราชอาณาจักรเซอร์เบียที่เป็นราชอาณาจักรอิสระ ราชอาณาจักรมอนเตเนโกรตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของเซอร์เบียก่อนหน้านั้นแล้ว ราชอาณาจักรยูโกสลาเวียล้มสลายเมื่อ กองทัพนาซีเยอรมันบุกยูโกสลาเวีย

สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย(1943-1992)

เพิ่มเติมในสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย

ในป1943 พรรคคอมมิวนิสต์ยูโกสลาเวียก็สามารถปลดปล่อยยุโกสลาเวียได้ ภายใต้การนำของ ยอซีป บรอซ ตีโต ในปี1991 มาซิโดเนีย โครเอเชียและสโลเวเนีย แยกประเทศ และในปี1992 เมื่อบอสเนียและเซอร์เบียแตกคอและทำสงครามกัน เนื่องจากบอสเนียไม่พอใจที่เซอร์เบียรุกรานโครเอเชีย ทำให้ยุโกสลาเวียล้มสลาย และเกิดสงครามยูโกสลาเวีย

สงครามกลางเมืองบอสเนีย(1992-1995)

เพิ่มเติมในสงครามบอสเนีย

สงครามบอสเนีย หรือ สงครามกลางเมืองบอสเนีย เป็นสงครามความขัดแย้งชาติพันธุ์ระหว่างชาวโครแอต ชาวเซิร์บ และชาวบอสเนียซึ่งเป็นชาวมุสลิม สงครามปะทุในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1992 เมื่อชาวเซิร์บได้ก่อจลาจลเพื่อแยกตัวเป็นอิสระ ในขณะเดียวกันชาวโครแอตก็แยกดินแดนเป็นอิสระเช่นเดียวกัน ในช่วงสัปดาห์เดียวบอสเนียเกือบทั้งประเทศกลายเป็นทะเลเพลิง สงครามขยายวงกว้างไม่เว้นแต่กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย

ประชากร

ประเทศบอสเนียมีประชากรประมาณ 3790000 คน โดยแบ่งเป็น ชาวบอสเนีย 50.11% ชาวเซิร์บ 30.78% ชาวโครแอต 15.43%[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง

This article is issued from Wikipedia. The text is licensed under Creative Commons - Attribution - Sharealike. Additional terms may apply for the media files.