โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ญว 2.jpg
ความรู้เลิศ กีฬานำ คุณธรรมเยี่ยมสุวิชาโน ภว โหติ
ผู้รู้ดีคือผู้เจริญ
ที่อยู่
หมู่ 3 และหมู่ 5 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ สงขลา
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Hatyaiwittayalai 2 School
อักษรย่อ ญ.ว.2
ประเภท โรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐ
โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ
ก่อตั้ง 30/03/2539
ผู้ก่อตั้ง นายธรรมนูญ วิสัยจร (อาจารย์ใหญ่ท่านแรก)
เพลง มารช์หาดใหญ่วิทยาลัย2
สังกัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16
เว็บไซต์

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒(อักษรย่อ: ญ.ว.๒) คือโรงเรียนสาขาของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย แห่งที่ 2(อังกฤษ:Hatyaiwittayalai2 School) อดีตเป็นสาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยประจำจังหวัดสงขลา และเป็นโรงเรียนสหศึกษาระดับมัธยมศึกษา ของจังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2539 เดิมมีชื่อว่า "ศูนย์เกษตรกรรมโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ก.ษ.ญ.ว)" และ "สาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย" มี นายธรรมนูญ วิสัยจร เป็นครูใหญ่ท่านแรก

ปัจจุบัน จัดการศึกษาเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบในระดับมัธยมศึกษารูปแบบสหศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ มีจำนวนนักเรียนปัจจุบัน (พ.ศ. 2553)ประมาณ 3,260 คน และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประมาณ 169 คน มีเนื้อที่ 71 ไร่ 3 งาน มีอาณาเขตติดกับ สนามกีฬาเมืองหลักภาคใต้ และสวนสาธารณะเทศบาลเมืองบ้านพรุ ปัจจุบัน มี นายก่อศักดิ์ ศรีน้อย ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ เป็นหนึ่งใน 500 โรงเรียนที่อยู่ในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล World Class Standard School[1]

โดยในวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จมาทรงเปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น TO BE NUMBER ONE FRIEND CORNER และทรงทอดพระเนตรกิจกรรมของสมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วัน โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ นับเป็นที่ปลื้มปิติแก่บุคลากรโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ เป็นอย่างยิ่ง

เนื้อหา

ประวัติ

ก่อกำเนิด

จากหาดใหญ่วิทยาลัย

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ ได้รับการประกาศจัดตั้ง จากกระทรวงศึกษาธิการเมื่อ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2539 มีชื่อเดิมว่าสาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เพื่อให้เป็นสาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ทั้งนี้ นายธรรมนูญ วิสัยจร อดีตผู้อำนวยการ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ได้จัดตั้งเป็นศูนย์วิชาเกษตรกรรม และเป็น1ใน2ของสาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยคือ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยาและโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ ซึ่งต่อมา นายวิรัช บุญนำ รับนโยบายจากกรมสามัญศึกษา ประกาศจัดตั้งเป็นสาขา โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย โดยระยะแรกชื่อว่า"โรงเรียนสาขาหาดใหญ่วิทยาลัย" มีเนื้อที่ 71 ไร่ 3 งาน อยู่ในเขตหมู่ 3 และหมู่ 5 ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย แห่งที่๒

ปีการศึกษา 2539 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งสาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยเป็นโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ โดยมี นายวิลาพ อุทัยรัตน์ เป็นผู้บริหารโรงเรียนย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ ท่านได้ดำเนินการจัดตั้ง โรงเรียนเป็นเอกเทศ ขึ้น รวมทั้งได้วางแผน และ ขออนุมัติก่อสร้างอาคารต่างๆ

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ เริ่มรับนักเรียนชั้น ม.1 จำนวน 12 ห้องเรียน ในปีการศึกษา 2539 โดยอาศัยเรียนที่ ศูนย์เกษตรกรรม โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ปีต่อมา จึงได้ย้ายมาเรียนในสถานที่ปัจจุบันในปีเดียวกันนี้ (1 เมษายน 2539)

กรมสามัญศึกษาได้ประกาศ เปลียนชื่อสาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เป็น โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ และได้ร่วมใช้ตราตรีจักรเป็นสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน เช่นเดียวกับ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และมีปรัชญาของโรงเรียนคือ "ความรู้เลิศ กีฬานำ คุณธรรมเยี่ยม"

สู่หาดใหญ่วิทยาลัย ๒

หาดใหญ่วิทยาลัย ๒ หรือ ญ.ว.๒ ก่อตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2539 ซึ่ง แยกสาขามาจาก หาดใหญ่วิทยาลัย หรือ ญ.ว. ตั้งอยู่ที่ตำบล บ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ เนื่อที่ 74 ไร่ ติดกับการกีฬาแห่งประเทศไทยภาคใต้ อดีตเป็นศูนย์วิชาเกษตรกรรม ญ.ว. จนปัจจุบัน สถาปณาเอกเทศเป็นหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ มีนักเรียนประมาณ 3,100 คน จัดเป็นโรงเรียนที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเทียบกับจำนวนและสิ่งอื่น ๆ กับโรงเรียนในจังหวัด จนได้รับสมญาคือ ญ.ว. แห่งใหม่ สภาพของโรงเรียนเมื่อแรกก่อตั้ง เป็นพื้นที่พรุค้างคาวซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแปลงใหญ่มีเนื้อที่ 471 ไร่ มีแหล่งน้ำในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ โดยเป็นเนื้อที่ของโรงเรียนจำนวน74ไร่3งาน ไม่มีถนนหรือทางเข้า ทำให้การก่อสร้างอาคารเรียนประสบความลำบาก แต่ก็สำเร็จลงในเวลา 2 ปีด้วยความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของบุคคลหลายฝ่ายทั้งคณะผู้บุกเบิก คณาจารย์ของโรงเรียนเอง และผู้นำชุมชนใกล้เคียง โดยอาจารย์มนัส อัลภาส เป็นบุคคลแรก พร้อมกับผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ในขณะนั้นเป็นเป็นผู้ประสานงานในการจัดตั้งเพื่อเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของเยาวชนในเขตตำบลบ้านพรุ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นตำบลบ้านพรุที่ยังไม่มีโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบอำเภอหาดใหญ่เป็นอำเภอขนาดใหญ่ และประชากรหนาแน่นมากและโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ซึ่งเนื้อที่14 ไร่ 2 งาน ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้ปกครองของนักเรียนเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี ประกอบกับสถานที่ของโรงเรียนมีเนื้อที่จำกัดไม่สามารถขยายได้อีกจึงประสบปัญหาเรื่องการรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นกรมสามัญศึกษาจึงมี-นโยบายที่จะเปิดโรงเรียนสาขาสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นที่นิยมและต้องการของผู้ปกครอง โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย มีแผนการจัดชั้นเรียนเต็มรูปแบบ รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 12 ห้องเรียน ต้องรับเพิ่มเป็น 14 ห้องเรียน และมัธยมศึกษาปีที่4 จำนวน20ห้องเรียน เมื่อประสบปัญหาในเรื่องสถานที่ กรมสามัญศึกษาจึงต้องหาสถานที่ เพื่อก่อสร้างโรงเรียนสาขาไว้รองรับนักเรียน โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จึงเปิดสอนหลักสูตรวิชาเกษตรกรรม และเป็นศูนย์เกษตรกรรม สาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งเป็นโรงเรียนสหศึกษา ชื่อ "โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย แห่งที่ ๒" สังกัดกรมสามัญศึกษา โดยมอบให้โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เป็นพี่เลี้ยง และให้นายธรรมนูญ วิสัยจร ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยโรงเรียนไปพลางก่อน

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ เป็นโรงเรียนในเครือหาดใหญ่วิทยาลัยแห่งที่ 2 สืบเนื่องจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ได้รับความนิยม และมีนักเรียนเข้าสมัครเรียนเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี ด้วยกรมสามัญศึกษามีนโยบายที่จะให้จัดตั้งโรงเรียนชานเมืองเพื่อเป็นการรองรับนักเรียนรอบนอก ที่จะเข้าไปเรียนในตัวอำเภอหาดใหญ่ เช่นเดียวกับโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ จัดตั้งขึ้นในปี พศ 2539 เป็นโรงเรียนประเภทสหศึกษา ในอดีตเป็นศูนย์เกษตรกรรมหาดใหญ่วิทยาลัย (กษญว) พัฒนาการจนขยายเป็นสาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนโรงเรียนแยกตัวออกเป็นเอกเทศ โดยได้ใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์เทศบาลเมืองบ้านพรุแบ่งออกเป็น 3 บริเวณ คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย (สนามกีฬาเมืองหลักภาคใต้) สวนสาธารณะเทศบาลเมืองบ้านพรุ และที่ตั้งโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย2 และได้รับการสถาปนาชื่อโรงเรียนตามชื่อ หาดใหญ่วิทยาลัย อันเป็นโรงเรียนผู้พี่ และมีผู้ดูแลระยะเริ่มแรกคือ นายธรรมนูญ วิสัยจร จนสรุปพัฒนาการได้ดังนี้

ปัจจุบันโรงเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ เปิดทำการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในปัจจุบันนี้โรงเรียนมีรุ่นนักเรียนที่จบการศึกษาแล้วจำนวน 14 รุ่น

เหตุการณ์สำคัญ

ก่อตั้งโรงเรียน

อาจารย์มนัส อัลภาส เป็นบุคคลแรกที่ได้ไปสำรวจพบแหล่งที่เรียนใหม่ ที่ตำบลบ้านพรุ บริเวณพรุค้างคาวซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแปลงใหญ่มีเนื้อที่ 471 ไร่ มีแหล่งน้ำในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ จึงมีการจัดตั้ง ศูนย์เกษตรกรรม สาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และพัฒนาการมาเป็น โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒

ตึกแรก

อาคารเรียน ที่เป็นตึกเรียน ตึกแรกคือ ตึกเจิดตรีจักร เป็นอาคารเรียน4ชั้น ห้อมล้อม ด้วย อาคารชั่วคราว ที่ไม่มีฝากัน สมัยนั้น โรงเรียนมีปัญหาเรื่อง ห้องเรียนเป็นอย่างมาก

ญ.ว.อักษรย่อของหาดใหญ่วิทยาลัย๒

หลังจากมีการจัดตั้งโรงเรียนอย่างเป็นถาวร คณาจารย์รุ่นแรก จึงมีการบวงสรวง พระภูมิเจ้าที่ สักการะคณูประการ ต่อโรงเรียนแล้ว ตามธรรมเนียมของโรงเรียนที่จัดตั้งที่ใช้ชื่อร่วมกัน จึงใช้อักษรย่อ ว่า ญ.ว. เพิ่ม ๒ ต่อท้าย เพื่อรำลึกต่อโรงเรียนผู้สร้าง

เสาธงมาตรฐานโรงเรียน

ปีการศึกษา2544 เป็นปีที่โรงเรียน เพิ่มชั้นมากขึ้น และจำนวนครู บุคลากรมากขึ้นตามกัน ประกอบกับเสาธง เก่าโรงเรียน เป็นลักษณะติดกับอาคารเจิดตรีจักร และบริเวณเข้าแถวทำกิจกรรม แคบ โรงเรียนจึงได้ทำการย้ายสนามเข้าแถวมายังฝั่งอาคารกิตตระการ พร้อมกันสร้าง เสาธงมาตรฐานแบบพิเศษ

สร้างพระพิฆเนศวร

พระพิฆเนศวร เทพผู้เป็นเลิศทางศิลปวิทยาการทุกแขนง เป็นพระผู้เแทนของสถาบันครู ตามสัจจะปฏิญาณที่ว่า "ผู้ใดบูชาครู เป็นมงคลแก่บุคคลนั้น" ซึ่งประดิษฐ์ฐาน บริเวณด้านหน้าหอประชุมภัครพิพิธ ด้านซ้ายมือ

เพิ่มชั้นม.ปลาย

โรงเรียนเปิดการเรียนการสอน มาช่วงหนึ่งประกอบนักเรียนเพิ่มขึ้นหลังรวดเร็ว จึงเปิดทำการสอน ชั้นมัธยมปลายรุ่นแรก โดยรับนักเรียนชั้นม3 เดิม โดยเปิดสอนแผนกวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ แผนกศิลป์-คณิตศาสตร์ 2ห้องเรียน

แผนกศิลป์-ฝรั่งเศส รุ่นแรก

หลังจากจัดการศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรุ่นที่4 โรงเรียนจึงเปิดสอนแผนกศิลป์ภาษา เป็นรุ่นแรก ในปีการศึกษา2544 โดยมีอาจารย์มนูญ ละอองจิต เป็นครูผู้สอนท่านแรก

สร้างชื่อเสียง ญ.ว. ๒

ในพ.ศ. 2544 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ เป็นโรงเรียนที่มีการสอบแข่งขันสูง โรงเรียนก้าวสู่ระดับภูมิภาค ทั้งวิชาการ และการกีฬา นักเรียนจบการศึกษาแต่ละปี สามารถสอบเช้า ระดับอุดมศึกษา จนโรงเรียน จัดการเรียนการสอน ตามหลักมาตรฐาน ร่วมกับโรงเรียนส่วนกลาง

ยุคเรียนดีกีฬาเด่น

ปีการศึกษา 2545 หลังจากโรงเรียน เปิดสอนมา6ปี ผลิตนักเรียนไป6รุ่น ประกอบการที่นักเรียนมีความขยันมั่นเพียร ทำให้วิชาการและกีฬาโรงเรียน อยู่ในอันดับต้นๆของหวัดสงขลา และการฝึกฝนด้านต่างๆ ทำให้ค่านิยมของนักเรียน มีการพัฒนาอย่างเด่นชัด

เสื้อกีฬา5สี รุ่นสุดท้าย

ในปีการศึกษา2546 เป็นปีสุดท้ายที่ ท่านผู้อำนวยการบุปผา มณีพรหม ปฏิบัติงานเป็นครั้งสุดท้าย ประกอบกับโรงเรียนพัฒนาไปอย่างมาก ทั้งด้านอาคารสถานที่ บุคลากร และนักเรียน ปรากฏว่า มีนักเรียนเพิ่มขึ้น เป็น3200คน โรงเรียนจึงปรับปรุงคณะสี ของนักเรียนจาก4สี เป็น6สี โดยเพิ่มขึ้น คือสี น้ำเงิน และสีแสด

สถาปณาครบรอบ10ปี

พ.ศ. 2548 ครบรอบ10ปีการก่อตั้งโรงเรียน ได้มีการทำบัญตักบาตร และมหรสพ ในเวลากลางคืน เป็นครั้งแรกแรกที่โรงเรียน จัดงานครั้งยิ่งใหญ่

สร้างพระพุทธรูป

พระพุทธรูปที่สร้างขึ้น เพื่อความเป็นศิริมงคล และเคารพสักการะ สร้างในวาระครบรอบ10ปีแห่งการก่อตั้งโรงเรียน ประดิษฐฐาน ณ.บริเวณ ด้านหน้าหอประชุม ขวามือ

สร้างป้ายโรงเรียน ประตูที่2

สร้างป้ายและประตูทางเข้าโรงเรียน เป็นป้ายที่2 ด้านทางเข้า เพื่อความสวยงามโรงเรียนและ ลดปัญหาด้านจราจร ด้านประตูเดิม เป็นป้ายลักษณะ สีเหลี่ยม อักษรตัวใหญ่

ความภาคภูมิใจ

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ สถานศึกษารางวัลพระราชทาน ประเภทสถานศึกษาขนาดใหญ่ ปี 2550

รางวัลเกียรติยศ

รางวัลระดับประเทศ

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน

ตรีจักร อันเป็นความหมายบ่งบอกถึง ความเป็นโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ เมื่อได้ก่อตั้งโรงเรียน จึงได้ใช้ตราประจำโรงเรียนเดียวกันกับโรงเรียนพี่ คือหาดใหญ่วิทยาลัย

เพลงประจำโรงเรียน

พื้นที่ของสถานศึกษา

อาคารและสถานที่ภายในบริเวณโรงเรียน สถานที่ตั้งของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ ประกอบด้วยบริเวณโรงเรียน ตั้งอยู่เลขที่80 หมู่ 3 และหมู่ 5 ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บนพื้นที่ 71 ไร่ 3 งาน 33 ตารางวา ของกรมธนารักษ์ โดยมีอาณาบริเวณทิศเหนือ จดการกีฬาแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ทิศใต้ จดสวนสาธารณะเทศบาลเมืองบ้านพรุ ทิศตะวันออก จดถนนที่ดินเอกชน และทิศตะวันตก จดที่ดินสวนยางพารา

สำหรับบริเวณโรงเรียนนั้น ตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองบ้านพรุ บริเวณชานเมืองรอบนอกของอำเภอหาดใหญ่ รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง คือ สวนสาธารณเทศบาลเมืองบ้านพรุ การกีฬาแห่งประเทศไทย ภาคใต้ ในส่วนอาคารต่างๆ ของโรงเรียนนั้น ประกอบด้วยอาคารเรียน8หลัง และอาคารประกอบแปดหลัง อาคารต่างๆ มีดังต่อไปนี้

อาคารต่าง ๆ

ลานกิจกรรม

สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

อาคารเจิดตรีจักร

อาคารเจิดตรีจักร เป็นอาคารเรียน4 ชั้น สร้างในสมัยสาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ปัจจุบันใช้เป็นอาคารเรียนประกอบไปด้วย มีการจัดสรรพื้นที่ ดังนี้

อาคารภัคพิพิธ หอประชุม2ชั้นพิเศษ

อาคารกิตระการ

สร้างใน สมัยโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ เป็นอาคารเรียน5 ชั้นพิเศษ ประกอบไปด้วย

อาคารธารศัทธา (โรงอาหาร)

โรงอาหารกลาง ร้านค้า32 ร้าน ห้องพักครู โรงอาหาร

อาคารปัญจาสิริ

อาคารปัญญาสิริ เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น โดยจัดสรรพื้นที่ ดังนี้

อาคารปรีตินุสรณ์ (ค.ศ.ล.4 ทรงไทย)

อาคารเรียนกึ่งถาวร 8 หลัง

อาคารเรียนกึ่งถาวร2 หลัง

บ้านพักครู3 หลัง

การเดินทาง

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ มีประตูทางเข้าออก 2 เส้นทาง การเดินทางมายังโรงเรียนสามารถเดินทางมาได้ ดังนี้

  1. ประตู1 (ประตูหลักของโรงเรียน) รถโดยสารประจำทางที่ผ่านทางเข้าถนนหลักโรงเรียน สำหรับรถรับส่งนักเรียน
  2. ประตู2 (ประตูด้านข้างโรงเรียน) สำหรับการจราจรคับคั่ง และใช้สำหรับ ติดต่อราชการ และรับแขก และงานพิธีการสำคัญ

มาตรฐานคุณภาพ

มาตรฐานคุณภาพภายนอก

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒ ได้รับการประเมินคุณภาพจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. รอบสอง เมื่อวันที่ 4-7 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้เรียน ด้านผู้บริหาร และด้านครู โดยทางโรงเรียนได้รับการประเมินคุณภาพในระดับดีทั้ง 3 ด้าน<http://www.onesqa.or.th/upload/BasicSchool/UploadFiles/32796/32796_2.pdf>ผลการจัดสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ผ่าน

สภาพปัจจุบันโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

สิ่งปลูกสร้าง

ศูนย์วิชาและห้องปฏิบัติการ

หมวดวิชา ห้องศูนย์วิชา ห้องปฏิบัติการ
ภาษาไทย 3 -
สังคมศึกษา 3 -
คณิตศาสตร์ 2 -
วิทยาศาสตร์ 3 2
ภาษาต่างประเทศที่ 1 1 1
ภาษาต่างประเทศที่ 2 3 -
เกษตรกรรม 1 1
คหกรรม 1 4
อุตสาหกรรม - 4
คอมพิวเตอร์ - 3
ธุรกิจศึกษา - 1
ศิลปศึกษา 1 2
ศิลปศึกษา - 3
แนะแนว 1 -
พลานามัย 1 -

ทำเนียบผู้อำนวยการโรงเรียน

สมัยที่ 1

สมัยที่ 2

รายนามผู้บริหาร

นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนจนถึงปัจจุบัน โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ มีผู้บริหารทั้งหมด 4 คน ดังต่อไปนี้

ทำเนียบผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒
รายชื่อ ระยะเวลาอยู่ในตำแหน่ง
1. นายวิลาพ อุทัยรัตน์ พ.ศ. 2539-พ.ศ. 2541
2. นางบุปผา มณีพรหม พ.ศ. 2542-พ.ศ. 2547
3. นางสาวผ่องศรี เรืองดิษฐ์ พ.ศ. 2548-พ.ศ. 2549
4. ดร.พิมพ์มาส รังสรรค์สฤษดิ์ พ.ศ. 2549-พ.ศ. 2554
5. นายก่อศักดิ์ ศรีน้อย พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน

ฝ่ายบริหารในปัจจุบัน

ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒
รายชื่อ ตำแหน่ง
1. นายก่อศักดิ์ ศรีน้อย ผู้อำนวยการ
2. นางสาวมาลีวรรณ สุขโข รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารบุคคล
3. นายวิสัย เกื้อกูล รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงบประมาณ นโยบายและแผน
4. นายอุดม สุขมี รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป
5. นายกิตติวิช ช่องดารากุล ครู รักษาการแทนในตำแหน่งรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ

บุคคลสำคัญ ศูนย์เกษตรกรรมโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย สาขาโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒

เพลงประจำโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย๒

เพลงประจำโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ ประพันธ์ขึ้นตามดำริ ของท่านผู้อำนวยการบุปผา มณีพรหม และคำร้องโดยอาจารย์ประสิทธิ์ เสฐวรกิจ ผู้เรียบเรียงคือ อาจารย์วีระ รักงาม ในอดีตใช้เพลงร่วมเช่นเดียวกัน โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย หลังจากโรงเรียนแยกตัวออกเป็น โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ ซึ่งขับร้องโดยคณาจารย์รุ่นแรกของโรงเรียน หลังจากนั้น มีการเปลื่ยนผู้ขับร้องไปตามเวลา ซึ่งบทเพลง จะเปิดในช่วงเช้าก่อนเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติ 15 นาที และเปิดในงานพิธีการสำคัญ

ค่านิยมร่วม

คุณลักษณะผู้เรียน

กีฬาประเพณี ตรีจักรเกมส์

การแข่งขันกีฬาประเพณีตรีจักรเกมส์นั้น เป็นความคิดริเริ่มของอาจารย์บุปผา มณีพรหม ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ กับอาจารย์สงบ มณีพรหม ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ทั้งสองท่านได้มีแนวคิดในการสร้างผูกพันความสามัคคีระหว่างโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง] ในอันที่จะร่วมกันจัดการแข่งขันกีฬาขึ้นเพื่อเป็นการเชื่อมความสามัคคีของครูอาจารย์ และนักเรียนทุกฝ่าย ซึ่งอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน ได้มีความเห็นพ้องกันในความคิดอันนี้ โดยเวียนกันเป็นเจ้าภาพไปจนครบ สถานที่แข่งขันคือ สนามกีฬาจิระนคร โดยปัจจุบันได้ยกเลิกการจัดแล้ว

สหวิทยาเขตนครหาดใหญ่

ศิษย์เก่า

เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย

ความหมายของชื่อโรงเรียน

โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นการขยายโอกาศทางการศึกษา ของอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีความเจริญในทุกด้าน และด้านศึกษาด้วยซึ่งในอดีตก็จัดตั้งโรงเรียนสาขา มาแล้วนั้นคือโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยาและต่อมาได้ขยายโรงเรียนสาขาหาดใหญ่วิทยาลัย พร้อมกันนี้ ให้ใช้ชื่อโรงเรียนสาขาอำเภอหาดใหญ่ ของกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ว่า "โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒" และเนื่องจากในระยะเริ่มต้นของการก่อตั้งโรงเรียนนั้น กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้นายวิรัช บุญนำ ผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ญ.ว) เป็นผู้ประสานงานการจัดตั้งโรงเรียน ดังนั้น โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย แห่งนี้ จึงลงท้ายชื่อโรงเรียนว่า "๒" โดยความหมายของชื่อโรงเรียนนั้น สามารถแยกออกเป็น ได้แก่

ดังนั้น ชื่อ "หาดใหญ่วิทยาลัย๒" จึงมีความหมายว่า โรงเรียนสาขาหาดใหญ่วิทยาลัย ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อขยายโอกาศทางการศึกษาและความเจริญของ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานั้นเอง

การจัดการศึกษา

ประเภท สหศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-มัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบัน โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ มีจำนวน 79 ห้องเรียน นักเรียนประมาณ3,600 คน ครูจำนวน 160 คน

แผนการจัดชั้นเรียน

มัธยมศึกษาตอนต้น15-15-15 มัยมศึกษาตอนปลาย 8-8-8

คำปรารภสถาปนา10ปี โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒

"สถาบัน เลื่องชื่อ ระบือยศ เกียรติปรากฏ ผลงาน การศึกษา เป็นแหล่งสร้าง เสริมสรรค์ ให้ปัญญา แก่ดรุณ นับเนื่องมา คราสิบปี"

ข้อมูลจำเพาะ

เรื่องเล่าเก่าก่อน

วันนี้จะมาเล่าประวัติ ของโรงเรียนเรา ที่ได้ไปค้นมาจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ญ.ว.) มาครับ และคงเป็นจุดเริ่มต้นของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย2( ญ.ว.2)ด้วย

เริ่มต้นด้วยจากสถานที่เดิมของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยได้เปลื่ยนจากศูนย์เกษตรกรรมเป็นศูนย์ศิลปวัฒธรรม ปัจจุบันนี้คือ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยานี้เอง เมื่อสถานที่เรียนเกษตรกรรมของนักเรียนถูกเปลี่ยนไปเป็นที่เรียนศิลปะ โรงเรียนก็มิได้ละความ

พยายามที่จัดหาสถานที่แห่งใหม่มาแทน อาจารย์มนัส อัลภาส เป็นบุคคลแรกที่ได้ไปสำรวจพบแหล่งที่เรียนใหม่ ที่ตำบลบ้านพรุ บริเวณพรุค้างคาวซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแปลงใหญ่มีเนื้อที่ 471 ไร่ มีแหล่งน้ำในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ เมื่อโรงเรียนทราบถึงทำการสำรวจในรายละเอียด และในที่สุดก็ตัดสินใจรับเอาสถานที่แห่งใหม่ที่พรุค้างคาวมาเป็นสถานที่เรียนของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยอ ีกแห่งหนึ่ง เบื้องต้นฝันกันไปไกลถึงขนาดในอนาคตอีกไม่นาน เมืองหาดใหญ่จะเติบโตไปอย่างรวดเร็ว ที่แห่งใหม่แห่งนี้จะเป็นที่รองรับการศึกษาของเยาวชนในหาดใหญ่ได้อย่างครบวงจร สถานที่แห่งนี้จะเป็นเมืองสำหรับการเรียนรู้ ที่มีสภาพทางสิ่งแวดล้อมที่ดีและสวยงามที่สุด สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าศูนย์เกษตรกรรมพรุค้างคาว จัดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตร ว.ช. 1 ว.ช. 2 ว.ช.3

การบุกเบิกสร้างพรุค้างคาวนับว่าเป็นการจับเสือมือเปล่า ไม่มีงบประมาณจากทางการใดๆ เลย

ด้วยแรงกายแรงใจของชาวบ้านพรุโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านโป๊ะหมอ นำโดยผู้ใหญ่บ้านสิน ไชยชูลี เป็นหัวแรงหลักที่จะต้องต่อสู้กับทุกๆ สิ่งที่ขวางหน้า นับตั้งแต่ฝูงควายและปลิงที่แสนจะชุกชุม งูเห่า งูจงอาง คนครอบครองที่เพื่อการทำมาหากินอยู่เดิม โจร และหลายครั้งต้องเผชิญหน้ากับปืน งานนี้ชาวบ้านต้องสังเวยชีวิตไปหลายคน บางคนต้องติดคุกติดตะราง

การบุกเบิกสร้างพรุค้างคาวสำหรับผู้บันทึกเอกสารนี้ จำความโดยละเอียดได้ถี่ถ้วน เพราะถือว่า

เป็นการสานต่ออุดมการณ์ทางการศึกษาที่ตนเองได้รับการบ่มเพาะมาจากวิทยาลัยหมู่บ้านมาตั้งแต่เด็ก เห็นและซาบซึ้งพึงใจในการจัดการศึกษา แบบทางเลือกที่สมบูรณ์แบบ เมื่อผู้อำนวยการมีฝัน ตัวเองก็มีฝันอันฝันที่ได้ผ่านประสบการณ์ตรงมาแล้ว จึงมีความมั่นใจที่จะอาสาทำงานนี้ คนถัดมาที่ยกมืออาสาคือนายนวล………….. การเริ่มต้นเราเริ่มต้นจากคณะครู-อาจารย์หลายท่าน นำทางโดยอาจารย์มนัส อัลภาส เดินทางโดย รถตู้ของโรงเรียน ผู้อำนวยการเป็นผู้นำในการสำรวจด้วยตนเอง ผู้บันทึกเป็นเสมือนเลขาคณะ และต้องเป็นผู้ลงมือทำ เราลงรถที่ริมทาง(ถนนกาญจนวนิช) บริเวณด้านทิศตะวันตกของคลองโป๊ะหมอ(ถนนทางเข้า ญ.ว. 2 ปัจจุบัน) เดินเท้าตามคันนาเข้าไปประมาณ 800 เมตร มองเข้าไปไกลๆ เห็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ เห็นพื้นที่ริมน้ำเป็นเนินดินน้อยใหญ่เรียงรายอยู่เป็นระยะๆ ที่ลักษณะพิเศษคือตามแนวเนินดินจะเต็มไปด้วยปลวก ซึ่งนับได้เป็นร้อยๆลูก แต่ละลูกก็จะมีต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย รอบๆปลวกเป็นลานโล่งเตียนดูสวยงามเหมือนมีการตบแต่งดูแลเป็นอย่างดี บางที่ซึ่งเป็นที่ริมน้ำจะมีฝูงควายจับกลุ่มกันมานอนเคี่ยวเอื้อง ที่เป็นที่ดอนห่างๆ น้ำสักหน่อยมีฝูงวัวนอนพักร่มหลบแดดอยู่หลายฝูง บางที่มีขนำน้อยๆ มีร่องรอยของการก่อไฟหุงอาหารของผู้คน มองลงไปในแอ่งน้ำดูเวิ้งว้างกว้างใหญ่เหมือนกับทะเล บางคนที่เป็นคณะสำรวจถึงขนาดเปล่งเสียงออกมาดังๆว่า โอ๊ย …..ทะเล หาดใหญ่มีทะเลด้วยหรือ ในแอ่งน้ำมีผู้คนเดินตะคุ่มๆ อยู่หลายคน ฝูงควายที่นอนเกลือกกลิ้งกำลังเล่นโคลนอยู่สองสามฝูง นกน้ำตัวสีฟ้าปากแดงขาแดงมีให้เห็นอยู่เกลื่อนกลาด ร้องเสียงดังแทรกออกมาเป็นจังหวะๆ เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นฝูงนกกระยางบินว่อน ร่นไปร่อนมา บ้างก็จับอยู่บนขอนไม้คอยจังหวะร่อนลงมาบนหลังควาย เห็นได้ชัดว่าทุกชีวิตที่พรุค้างคาวอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสงบ ความตื่นตาตื่นใจที่ได้พบเห็นธรรมชาติอันสวยงามทำให้ทุกคนยิ้มแย้มเบิกบาน เห็นได้ทันทีถึงความมีน้ำหนึ่งใจเดียว ในคณะผู้สำรวจนี้มีพ่อค้าเอกชนไปด้วยหลายคน เขาเหล่านั้นก็มีความตื่นเต้นดีใจไม่ต่างไปจากบรรดาครู-อาจารย์ เรามองหาสถานที่สักแห่งหนึ่งเป็นที่พักร่ม เลือกเอาที่ริมน้ำ เราเลือกได้ที่ที่งดงามมีร่มไม้กว้าง ใหญ่ ลานกว้างเตียนโล่ง มีร่องรอยของการก่อกองไฟหุงหาอาหาร เราช่วยกันคนละไม้คนละมือหาฟืนก่อไฟ หุงข้าว ทำน้ำพริก บ้างออกไปหาผักทำแกงเลียง เป็นอาหารมื้อเที่ยงแต่เวลาล่วงเลยไปจะบ่ายสามโมงอยู่แล้ว อาหารมื้อนี้อร่อยมากแม้จะเป็นน้ำพริกแกงเลียง ปลากระป๋อง เรากินกันฝันกันไปคุยกันอย่างสนุกสนานเป็นกันเอง ไม่แยกศักดิ์แยกชั้นกันแล้ว ชาวบ้านที่หาปลาอยู่ในพรุเห็นพวกเรานั่งอยู่กลุ่มใหญ่ หลายคนมาทักทายเมื่อได้ความแล้วว่าพวกเราเป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร เขาต่างก็แสดงความยิ้มแย้มให้ความเป็นมิตร แล้วขอตัวเดินลงพรุไป ไม่นานเท่าใดเขาก็หิ้วปลาช่อนตัวโตๆ มาให้หลายตัว บางรายก็เป็นกุ้งฝอย จากมื้อเที่ยงกำลังกลายไปเป็นมื้อเย็น มื้อค่ำ เราปิ้งปลา พร่ากุ้งต้มหอย กินกันอย่างสนุกสนาน ชาวบ้านที่หาปลาอยู่ในพรุ เข้ามาร่วมวงด้วยหลายคน กินกันไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน แต่ความคิดของเราไม่ได้ละวางจากความฝันอันยิ่งใหญ่ ความ ฝันไปไกลถึงขนาดวางแผนลงมือทำงานกันแล้ว จำได้วันนั้นคุณสมจิตร…………จากบริษัทมิตรแท้ประกาศกลางวงปลาปิ้งเลยทันทีว่า จะมอบรถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่ให้หนึ่งคัน อีกทั้งจะสนับสนุนเครื่องมือที่เป็นจักรกลการเกษตรให้อย่างพอเพียง คุณมิตรชน……….บอกว่าพรุนี้ดูกว้างใหญ่สวยงามยิ่ง น่าจะมีเรือนแพกลางน้ำสักหนึ่งหลัง ว่าแล้วก็ประกาศสนับสนุนให้ทุ่นเพื่อทำเป็นฐานของเรือนแพ ครู-อาจารย์ต่างก็ยินดี อาจารย์ธรรมนูญ ส่ายตาหาคนรับผิดชอบและแล้วก็ชี้ลงไปที่ใครคนหนึ่ง ใครคนนั้น………น้อมรับด้วยความยินดี เพราะฝันเราตรงกัน ทันใดนั้น นายนวล นักการฯ ซึ่งติดตามไปให้ความสะดวก ยกมืออาสา “ผมกัน ผมกัน ผมมาเอง ผมมาอยู่ แค่นี้เอง มาอยู่กับ………….หรอยนิ ผมชอบพันนี่ “ นายนวล นักการฯ คนนี้ที่อาสาร่วมไปกับทีมบุกเบิกต้องเสียชีวิต ด้วยการเจ็บป่วยในกระท่อม

เล็กๆ เพียงลำพัง ครู-อาจารย์ทั้งหมดต้องมาทำหน้าที่คุมสอบประจำภาคเรียนที่ศูนย์วิชาการ ทิ้งนายนวลอยู่เฝ้าคนเดียว วันสุดท้ายของการสอบคณะครูรีบกลับไปในตอนบ่าย เที่ยวตามหานายนวล ตามที่ต่างๆ แต่ไม่พบตัว จึงชวนกันตามไปที่กระท่อมที่พักของนายนวล ทันทีที่ย่างเข้าไปได้กลิ่นเหม็นอุจจาระคลุ้งไปหมด เข้าไปเรียกนายนวล ได้ยินเสียงตอบ………ครับ….โอยเจ็บอาจารย์เหอ……..ๆ………..ๆ…….แล้วตามมาด้วยเสียงคราง 2-3 ครั้ง เณรจ่า น้องศักดิ์ นักการ ไปช่วยตักน้ำมาล้างอุจาระ อาจารย์วินิจ ไชยบุญ เข้าไปกอดยกอุ้มมาใส่ตักไว้ บีบนวด นายนวล หายใจออกครืดๆ สั่งให้น้องศักดิ์ไปเอารถมาเพื่อนำส่งโรงพยาบาล แล้วช่วยกันหามนายนวลขึ้นรถ ทันทีที่รถเคลื่อนออก นายนวลได้ขาดใจตายคาตักของอาจารย์วินิจ ขออโหสิกรรมด้วยเถิด นายนวล……เราต่างทำหน้าที่ เรามุ่งมั่นจะทำเพื่ออนุชน เราหวังเห็นชาวบ้านพรุมีโรงเรียนมัธยมแบบ ญ.ว. ในชุมชนของเขา และเราอยากเห็นโลกการศึกษาที่สวยงาม แต่สำหรับนายนวล บทสุดท้ายของเขาคือความตาย เราครูชาวพรุ ช่วยกันทำศพอย่างเรียบง่ายแบบคนจนๆ วันเผาศพนายนวล บรรยากาศชวนให้นึกถึง อ้ายฟัก เรื่องราวในละครทีวีที่กำลังฉายอยู่ หรือว่านายนวลคืออ้ายฟักตัวจริง..ก็ไม่รู้ การจบชีวิตของนายนวลเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ยกขึ้นมา แต่จริงๆแล้วยังมีอีกหลายชีวิตที่ต้องจบ

สิ้นลงกับการปกปักรักษาพรุแห่งนี้ไว้เพื่อการศึกษาของชนรุ่นหลัง

หลังจากการสำรวจเบื้องต้นไม่นาน สภาตำบลบ้านพรุได้บรรจุวาระการประชุมเรื่องการขยาย

สถานที่เรียนของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย โรงเรียนได้ให้หัวหน้าชุดบุกเบิกเข้าชี้แจง ในที่สุดสภาฯลงมติรับหลักการและกำหนดแนวทางการสนับสนุนในการประชุมคราวนั้น ยังจำไม่ลืม กำนันจบ …….ผู้ซึ่งเป็นประธานสภาตำบลและครูจรัส……….เลขานุการสภาตำบลเป็นตัวตั้งตัวตีและเอาการเอางานเป็นพิเศษ ต่อมาไม่นานสภาตำบลจัดงบเงินผันสำหรับการพัฒนาพรุค้างคาว โดยให้มีการตัดถนนจากหมู่ 7 บ้านโป๊ะหมอ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ไปยังพรุค้างคาว ดำเนินการขอที่ดินชาวบ้านตัดถนนจากถนนกาญจนวนิช มายังพรุค้างคาว ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร อีกหนึ่งสาย สภาตำบลตัดถนนให้ก่อนที่โรงเรียนจะเข้าไปดำเนินการใดๆ แต่ทั้งบุคลากรที่โรงเรียนมอบหมายไว้ ได้ทำการประสานกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง การตัดถนนเส้นหนึ่งๆ ไม่ใช่ของง่าย ต้องใช้วิธีการทุกกระบวนท่า แต่ที่เป็นไม้ตายที่สำคัญที่สุดคือชื่อเสียงของ ญ.ว. ที่ใครๆ ต่างก็ต้อนรับด้วยความยินดี

กลางเดือนมีนาคม 2525 คณะผู้บุกเบิกชุดแรกลงสนามอย่างเป็นทางการ เริ่มต้นด้วยการไปขุด

บ่อน้ำ ซึ่งเป็นงานที่นายนวลถนัด เราขุดบ่อกันประมาณ 3 วัน ได้บ่อลึกประมาณ 4 เมตร ลงท่อบ่อได้ 6 ท่อ ได้น้ำเพื่อใช้ในการหุงหาอาหารอย่างพอเพียง จากนั้นใช้รถบรรทุกของโรงเรียน ขนเอาเสาและไม้จากอาคารเก่าของ ส.ก.ก. ไปสร้างโครงถังเก็บน้ำ ทำเพิงใต้ถังเก็บน้ำเป็นที่ทำการโรงเรียนชั่วคราว แล้วลงมือวางแผนสร้างอาคารที่ทำการ ความคิดแรกคือการสร้างโดม

โดม……….หลายคนคิดถึงแต่ผู้อำนวยการ เพราะรู้ว่า ผ.อ.ธรรมนูญ เป็นลูกแม่โดม แต่ความจริง

ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ที่ต้องเป็นโดมก็เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2523 คณะผู้บุกเบิกได้ทำการบุกเบิกในพื้นที่ว่างเปล่ารกร้างของ ส.ก.ก. มาก่อน ที่บริเวณสนามบาสเกตบอลหน้าห้องสมุด มีต้นจามจุรีขนาดใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ทีมงานคู่หูผู้บุกเบิกคือนายเจียม…………นักการฯบรรจุใหม่(เพิ่งได้ออกจากคุกมาหมาดๆ) จัดเก็บเอาไม้เก่าๆที่วางกองระเกะระกะอยู่ มาทำเพิงล้อมรอบต้นจามจุรีต้นนั้น ทำกันจนจะเสร็จอยู่แล้ว เพิงดังกล่าวพังครืนลงมา เจ็บใจยิ่งนัก เลือดนักสู้ของนายเจียมพุ่งแรง เอาอืน เอาอืน อาจารย์……….เอาอืน เอาอืน เราสร้างกันจนสำเร็จ เป็นเพิงรูปแปดเหลี่ยม ใช้ต้นจามจุรีเป็นเสาหลักตรงกลาง เพิงนี้ดูแปลกหูแปลกตาดี ครั้นเมื่อต้องไปบุกเบิกที่ใหม่ รูปแบบความคิดเดิมยังตามมาอีก พอจะสร้างอาคารที่ทำการจึงเสนอขอทำเป็นรูปโดมให้สมบูรณ์แบบ โดยรื้อเอาเพิงจามจุรีมาสร้างเป็นองค์ประกอบหลัก ทำยอดโดมให้ดูสูงเด่นที่กลางทุ่งริมพรุ โดมถูกสร้างขึ้นบนฐานปลวก 4 ลูกที่อยู่ติดกัน ปลวกทั้ง 4 ลูกนี้เราเกลี่ยกันด้วยแรงนักการและครู บางวันชาวบ้านมาเลี้ยงวัวเลี้ยงควายเห็นเข้าทนดูไม่ได้ มาลงมือลงแรงกัน แรกๆ มีเพียงคนสองคน นานๆ เข้ามาเป็นสิบ เปิดเรียนเดือนพฤษภาคม โครงสร้างของโดมสำเร็จ แปลว่ามีที่หลบแดดหลบฝนสำหรับนักเรียนแล้ว จากนั้นไปยึดเอายอดปลวกอีกลูกหนึ่งมาทำเป็นฐานเสาธง ไปตัดไม้ต้นงามในป่ามาทำเสาธงชาติ ช่วยกันปราบป่าละเมาะไว้เป็นลานสำหรับนักเรียนได้เคารพธงชาติในตอนเช้า เป็นอันว่าการบุกเบิกขั้นตอนที่สำคัญที่สุดได้บรรลุผลแล้ว เราใช้เวลาประมาณ ไม่เกิน 60 วัน ถึงเวลาเปิดเรียนภาคเรียนแรกของปีการศึกษา 2525 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย วิชาอาชีพเกษตรกรรม รุ่นแรก เข้ามาเรียนได้

นักเรียนเกษตรฯ พรุค้างคาวรุ่นแรก ต้องตั้งฉายาให้ได้เลยว่า จอมทรหด เพราะเขาเหล่านั้นทั้ง

หญิงและชาย เป็นยิ่งกว่านักเรียน มือของเขากำจอบมากเสียกว่าปากกา การหักร้างถางพง เขาเหล่านี้เป็นกำลังแรงงานหลัก ครูกับนักเรียนบางครั้งก็อยู่กันอย่างเพื่อน บางครั้งก็เหมือนกับนักโทษกับผู้คุม บางครั้งก็เหมือนผู้ร้ายกับตำรวจ อยู่กันไปมีทั้งดีทั้งร้าย แต่เราไม่เกลียดกัน เพราะเราตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน เราเหนื่อยพอๆ กัน นักเรียนเขาต่างก็เห็นใจครู เขาเห็นการเสียสละของครูอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความขาดแคลนครูต้องวิ่งหาทุกสิ่งทุกอย่างมาเพื่อเขา ครูต้องต่อสู้กับอะไรต่อมิอะไรรอบด้านซึ่งเขาได้เห็นอยู่กับตาทุกวัน โดยที่ภาวะปกติครูไม่จำเป็นต้องดิ้นรนถึงปานนั้น

เอาเป็นว่าเรื่องราวของพรุค้างคาวยังมีอีกมากมายเหลือเกิน เป็นความทรงจำที่ฝังใจไม่เคยลืม มีทั้งสุขทั้งทุกข์พอๆ กัน อาจกล่าวคำนี้ได้ว่า “ลืมไม่ลง คงไม่ลืม” ท้ายที่สุดพรุค้างคาวเป็นได้อย่างที่ฝันไว้ตั้งแต่ต้นจริงๆ ผู้สานต่อล้วนแต่สำคัญสำคัญ บัดนี้ฝันอันยิ่งใหญ่ของบรรดาผู้ใฝ่ฝันในเบื้องต้นได้ปรากฏขึ้นแล้ว ทุกๆท่านที่ผ่านเข้ามายังพรุค้างคาว นับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกและสร้างสรรค์เพื่อการศึกษาของชนรุ่นหลังด้วยกันทั้งนั้น บัดนี้พรุค้างคาวได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการ ชื่อโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ๒ อันเป็นผลิตผลของม.ช.ญ. ส.ก.ก และ ญ.ว.โดยแท้ และที่แท้ไปกว่านั้นคือแรงกายแรงใจของคนบ้านพรุ โดยเฉพาะคนโป๊ะหมอ นำโดยผู้ใหญ่บ้านสิน ไชยชูลี เขาคือผู้เสียสละที่แท้จริง สละทั้งที่ทำมาหากินจนกระทั่งแรงกายแรงทรัพย์ ขอผู้มาทีหลังกรุณาอย่าลืมชุมชนเพราะชุมชนเป็นผู้ให้ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์

การขยายขอบเขตในการจัดการศึกษาของ ญ.ว. ออกไปกว้างไกลขนาดนั้น นับว่าเป็นการท้าทาย

เมื่อได้อ่านจากข้อมูลส่วนนี้แล้ว ก็คงจะนึกออกแล้วว่า ไม่เพียงแต่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย เท่านั้น แต่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยานับเป็นโรงเรียนที่อุปถัมภ์โรงเรียนเราด้วย เมื่อก่อนอักษร ของโรงเรียนทั้ง3โรงคือ ม.ช.ญ (มัธยมชายหาดใหญ่) ปัจจุบัน โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ใช้อักษร ญ.ว. ส.ก.ก. (สตรีหาดใหญ่สมบูรณ์กุลกันยา) ปัจจุบันโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา) ใช้อักษรย่อ ญ.ส. ก.ษ.ญ.ว. (ศูนย์เกษตรกรรมโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ปัจจุบันโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย2 ใช้อักษรย่อ ญ.ว.2 ทั้ง3โรงเรียนนี้เกี่ยวข้องอาจจะเรียกว่าสายเลือดเดียวกันเป็นแน่แท้ แต่สิ่งที่เป็นเหมือนทองแผ่นดินเดียวกันถึงแม้โรงเรียนจะตั้งคนละเขตคนละฝั่งก็ตาม แต่ก็มี องศ์พระพิฆเนศวร บูชา และ อันมี ตรีจักร1 ตรีจันทร์ ตรีจักร2 ใช้สัญญาลักษณ์ของโรงเรียน จนบางครั้งมีผู้กล่าวขานว่า 3 ญ พี่น้อง และชื่อเสียงสถานะของ3โรงเรียนนี้จึงอยู่ในอันดับต้น ของจังหวัดสงขลา เป็นเป็นชื่อเสียงที่ผู้คน ต้องการให้บุตรหลาน เข้าเรียนมากที่สุด ข้อมูลนี้อ้างอิงมาจาก 60 ปี ญ.ว. อดีตที่ต้องเรียนรู้ โดย อ.พิชัย ศรีใส

อ้างอิง

  1. ^ [http://www.worldclassschoolthai.net/rongreiyn-ni-khorngkar-radab-mathymsuksa โรงเรียนมาตรฐานสากล World-Class Standard School

แหล่งข้อมูลอื่น