มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Kasetsart University
KU logo.jpg
คติพจน์ ศาสตร์แห่งแผ่นดิน
(ทางการ)
ประชาชน คือ เจ้าของประเทศ
เกษตรศาสตร์ คือ ภาษีของประชาชน
(ไม่เป็นทางการ)
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
อธิการบดี รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์
นายกสภาฯ ศ.ดร.กำพล อดุลวิทย์
ที่ตั้ง

วิทยาเขตบางเขน
ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
วิทยาเขตกำแพงแสน
ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
วิทยาเขตศรีราชา
ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ
ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
มาสคอต ต้นนนทรี
เว็บไซต์ www.ku.ac.th

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนหลักสูตรทางด้านการเกษตร[1] โดยก่อตั้งขึ้นเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ โดยมีปณิธาณในการก่อตั้งเพื่อเป็นคุณประโยชน์แก่การกสิกรรมและการเศรษฐกิจของประเทศ [2][3]

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนช่างไหมในปี พ.ศ. 2447 [4][5] และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนการเพาะปลูก หลังจากนั้นรวมเข้ากับโรงเรียนแผนที่เป็นโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ มีผลให้วิทยาการทางการเกษตรพัฒนาและก้าวหน้า มีกิจกรรมและวิชาการต่างๆ ที่ดำเนินการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนเสมอมา

ใน พ.ศ. 2486 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้มีการปรับปรุงและรวมกิจการของวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่บางเขนกับโรงเรียนวนศาสตร์ (โรงเรียนการป่าไม้เดิม จังหวัดแพร่) มาเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2486 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 โดยแรกเริ่ม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดสอนเฉพาะด้านการเกษตรเท่านั้น เพื่อมุ่งหน้าสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยตามอุดมคติของคำว่า University อย่างสมบูรณ์ จึงได้ขยายสาขาวิชาครอบคลุมทั้งด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ บริหารธุรกิจ และศิลปศาสตร์ ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2541 และอยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ... สู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาการแปรสภาพจากมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม ในอดีตนิสิตที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ปัจจุบันสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์

เนื้อหา

ประวัติ

ในปี พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์) ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้อุดหนุนการทำไหมและทอผ้าของประเทศ[6] โดยได้ว่าจ้าง ดร.คาเมทาโร่ โทยาม่า[7][8] จากมหาวิทยาลัยโตเกียว ทดลองเลี้ยงไหมตามแบบฉบับของญี่ปุ่น สอนและฝึกอบรมนักเรียนไทยในวิชาการเลี้ยงและการทำไหม โดยมี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมช่างไหม กระทรวงเกษตราธิการในขณะนั้น ทรงจัดตั้งโรงเรียนช่างไหม[9] ขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2447[10] ณ ท้องที่ตำบล ทุ่งศาลาแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับว่าเป็นสถาบันการศึกษาอันเกี่ยวกับการเกษตรแห่งแรก จากนั้นในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนช่างไหมแห่งนี้ เป็นโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก ในปีพ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) เนื่องจากมีวิชาการเพาะปลูกพืชอื่น ๆเข้ามาประกอบ

โรงเรียนเกษตราธิการ พระราชวังวินด์เซอร์

ต่อมาโรงเรียนเกษตราธิการ ได้ถือกำเนิดขึ้น ในปี 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451วังสระปทุม[11] โดยที่กระทรวงเกษตราธิการได้ทำการรวบรวมโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดของกระทรวง 3 โรงเรียนคือโรงเรียนแผนที่ (จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2425) โรงเรียนกรมคลอง (จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2448) และโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก เป็นโรงเรียนเดียวกันเพื่อผลิตคนเข้ารับราชการในกรมกองต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตราธิการ ถือได้ว่าเป็นหลักสูตรระดับอุดมศึกษาวิชาเกษตรศาสตร์ หลักสูตรแรกของประเทศไทย โดยได้เริ่มดำเนินการสอนหลักสูตรใหม่นี้ในปี พ.ศ. 2452

ด้วยเหตุที่วัตถุประสงค์ของโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการ ตรงกับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์) ในเรื่องของการจัดตั้ง โรงเรียนข้าราชการพลเรือน[12] ซึ่งได้ทรงจัดตั้งขึ้นในกระทรวงธรรมการ โรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการจากเดิมที่สังกัดกระทรวงเกษตราธิการจึงย้ายมาสังกัดกระทรวงธรรมการ ในปี พ.ศ. 2456โดยใช้ วังวินด์เซอร์[13] เป็นสถานที่ทำการเรียนการสอนของโรงเรียนกระทรวงเกษตราธิการที่ยุบเข้ารวมกับ โรงเรียนข้าราชการพลเรือน

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อแรกสร้าง
ภาพขณะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานปริญญาบัตร เมื่อในอดีต

และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงส่งนักเรียนไทยไปเรียนต่างประเทศจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีพระยาเทพศาสตร์สถิตย์ และ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ทั้ง 2 ท่านได้เริ่มก่อตั้งโรงเรียนด้านการเกษตรโดยสังกัดกระทรวงเกษตราธิการขึ้นมาอีกครั้ง ในนาม "โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม" ตั้งอยู่ที่ ตำบลหอวังในปี พ.ศ. 2460 ภายหลังจึงได้มีการย้ายการเรียนการสอนไปที่ ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ. 2461[14]

ในปี พ.ศ. 2474 หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร และเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ได้ร่วมกันขยายการจัดตั้ง โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม ไปสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น โดยภาคกลางตั้งอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ภาคเหนือตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสานตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา และภาคใต้ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา

พ.ศ. 2478 โรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมในภูมิภาคต่างๆ ได้ปิดตัวลงตามข้อบังคับของการปรับเปลี่ยนระบบราชการในขณะนั้น จึงได้มีการยุบรวมโรงเรียนในส่วนภูมิภาคทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน หลวงอิงคศรีกสิการ หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ และพระช่วงเกษตรศิลปการ (สามบูรพาจารย์ผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) [15][16] จึงเสนอให้รักษาโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม (ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้)ไว้ที่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพียงแห่งเดียว และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "โรงเรียนมัธยมวิสามัญเกษตรกรรม" ต่อมาจึงได้มีการยกฐานะของโรงเรียนจนก่อตั้งเป็น "วิทยาลัยเกษตรศาสตร์" มีฐานะเป็นกองวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในกรมเกษตรและประมง ตามความต้องการของกระทรวงเกษตราธิการ

ต่อมากระทรวงเกษตราธิการได้จัดตั้งสถานีเกษตรกลางขึ้นในท้องที่ อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร (กรุงเทพมหานคร) ดังนั้น จึงได้ย้ายวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาตั้งอยู่ที่ อ. บางเขนในปี พ.ศ. 2481 และให้ส่วนราชการที่ อำเภอสันทราย เป็น "โรงเรียนเตรียมเกษตรศาสตร์" เพื่อเป็นการเตรียมนิสิตให้วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ อำเภอบางเขนต่อไป [17]

ในปี พ.ศ. 2486 วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์" ในรัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีฐานะเป็นกรมในสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ[18] และให้แต่งตั้งข้าราชการประจำ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการมหาวิทยาลัย หลวงสินธุสงครามชัย ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรก มีการเปิดสอนใน 4 คณะ[19] คือ โดยมี คณะกสิกรรมและสัตวบาล คณะการประมง คณะวนศาสตร์ และคณะสหกรณ์ เป็นคณะแรกตั้ง (ในปัจจุบันคือ คณะเกษตร[20] คณะประมง[21] คณะวนศาสตร์[22] คณะเศรษฐศาสตร์[23] และ คณะบริหารธุรกิจ[24])

ชื่อและความหมาย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้คำว่า "เกษตรศาสตร์" เป็นชื่อภาษาไทยของมหาวิทยาลัย และใช้คำว่า "Kasetsart" ในภาษาอังกฤษ

"เกษตรศาสตร์" มาจากคำว่า เกษตร (เขต หรือ แผ่นดิน) และ ศาสตร์ (ความรู้ หรือ การศึกษา) ซึ่งรวมกันมีความหมายโดยทั่วไปว่า การศึกษาเกี่ยวกับเขตและแผ่นดิน หรือ ศาสตร์แห่งแผ่นดิน คำนี้ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Agriculture แปลว่า การเพาะปลูกแบบรูปธรรม มีรากคำมาจากภาษาละตินคือคำว่า agrīcultūra : agrī หมายความถึงสิ่งที่เป็นรูปธรรม และคำว่า cultūra หมายความถึง วัฒนธรรม, สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น หรือการเพาะปลูก[25]

คำว่า "เกษตร" อันเป็นชื่อของมหาวิทยาลัยนั้น มีที่มาจากการที่กระทรวงเกษตราธิการต้องการจัดตั้งสถาบันการศึกษาวิชาการเกษตรอันเนื่องด้วยวิชาการผลิตและการค้า เพื่อผลิตคนเข้ารับราชการในกรมกองต่างๆ ของกระทรวงเป็นการเฉพาะ[26] โดยคำว่า "เกษตร" นั้นถูกจารึกขึ้นในประวัติศาสตร์สยามครั้งแรกในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ในปี พ.ศ. 1893[27] ได้มีการจัดตั้งการปกครองแบบจตุสดมภ์ขึ้น คือ เวียง วัง คลัง นา ซึ่งตำแหน่งเสนาบดีกรมนาในขณะนั้นมีชื่อเรียกว่า "ขุนเกษตราธิบดี" มีอำนาจทั้งทางบริหารและอำนาจตุลาการใน"การจัดการเรื่องที่ดินและชลประทาน" เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม การเลี้ยงชีพ การผลิตและการค้ากับนานาประเทศ ภายหลังจึงมีการเปลี่ยนชื่อกรมนา เป็นกระทรวงเกษตรพนิชการ, กระทรวงเกษตราธิการ, กระทรวงเกษตรพาณิชยการ, กระทรวงเศรษฐการ, กระทรวงเกษตราธิการ, กระทรวงเกษตร จนมาสู่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามลำดับ[28][29][30]

ส่วนคำว่าเกษตรตามความหมายพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้คำจำกัดความไว้ว่า เกษตร [กะเสด] น. ที่ดิน, ทุ่ง, นา, ไร่; ซึ่งความหมายในโบราณกาลว่า เขต, แดน (ในภาษาสันสกฤตจะใช้คำว่า เกฺษตฺร ส่วนภาษาบาลีจะใช้คำว่า เขตฺต). เช่นคำว่า

พุทธเกษตร (พุทธ+เกษตร) แปลความหมายว่า ดินแดนแห่งพุทธ

กษัตริย์ (เกษตร+อริย) แปลความหมายว่า พระเจ้าแผ่นดิน

ในระหว่าง พ.ศ. 2518 ได้มีการวิ่งเต้นขอให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากบุคคลกลุ่มหนึ่ง โดยอ้างเหตุผลนานัปการทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคมของชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการแถลงข่าวโจมตีซึ่งกันและกัน ระหว่างฝ่ายที่อยากให้เปลี่ยนชื่อและไม่ประสงค์ให้เปลี่ยนชื่อ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้อนุญาตให้นิสิตหยุดเรียนครึ่งวันเพื่อจัดทำประชามติในเรื่องนี้ ภายหลังจึงมีการเห็นสมควรให้มีการใช้ชื่อ เกษตรศาสตร์ เป็นชื่อของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นการระลึกและย้ำเตือนถึงศาสตร์อันเป็นรากฐานวัฒนธรรม ความรู้ และวิทยาการของแผ่นดินไทย[31][32][33]

จนกระทั่งปีพ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้มีพระราชดำรัสถึงความหมายของคำว่าเกษตรศาสตร์ตามชื่อของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไว้ว่า[34]

คำว่าเกษตรศาสตร์ อันเป็นชื่อของมหาวิทยาลัยนี้นั้น ฟังดูมีความหมายจำกัดอยู่เพียงการทำนา แต่ความจริง เกษตรศาสตร์ ตามความหมายในปัจจุบัน กินความกว้างขวางมาก คือรวมเอาวิชาหรือศาสตร์ทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจิตใจของมนุษย์เข้าไว้เกือบทั้งหมด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงสอนวิชาการสาขาต่าง ๆ มากมายหลายสาขา ทั้งฝ่ายวิทยาศาสตร์ ทั้งฝ่ายศิลปศาสตร์ เรียกได้ว่าครบถ้วนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยในความหมายสากลอย่างสมบูรณ์

คำ "เกษตรศาสตร์" ที่เป็นวิสามานยนามอันเป็นชื่อมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อ่านว่า "กะ-เสด-สาด" แต่ในกรณีที่หมายถึงวิชาว่าด้วยการเกษตร คำนี้อ่านว่า "กะ-เสด-ตฺระ-สาด"

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย

ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย

ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482 (ฉบับที่ 247) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เล่มที่ 126 ตอนพิเศษ 98 ง [35] โดยตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แบ่งเป็น 2 ภาค ได้แก่ ภาคภาษาไทย ตรามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นรูปวงกลม มีรูปพระพิรุณทรงนาคอยู่กึ่งกลาง ล้อมรอบด้วยกลีบบัวคว่าและกลีบบัวหงาย และมีข้อความ “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๔๘๖” ล้อมรอบเป็นชั้นนอกสุด สีตราประจามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แก่ สีเขียวใบไม้ ภาคภาษาอังกฤษ มีองค์ประกอบเหมือนกับภาคภาษาไทย แต่เปลี่ยนจากอักษรภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ข้อความ “KASETSART UNIVERSITY 1943”

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อาคารประจำมหาวิทยาลัย

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรืออาคารจั่วสามมุข ทำการวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นอาคารในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัย โดยนับได้ว่าเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นครั้งแรกให้กับปวงชนชาวไทย จากพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อ พ.ศ. 2517 ในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตและมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อาคารจั่วสามมุขเป็นอาคารออกแบบด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ มีเอกลักษณ์เป็นหน้าจั่วแบ่งมุขออกเป็น 3 ยอด โดยถอดแบบมาจาก “วังวินด์เซอร์” อาคารของโรงเรียนเกษตราธิการ ต้นกำเนิดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ [36] ภายหลังจึงกลายเป็นต้นแบบของอัตลักษณ์ทางปรัชญาเกษตรศาสตร์ มี 3 ลักษณะทางจิตวิญญาณเกษตรศาสตร์ประกอบกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ [37]

จั่วสามมุข เอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งหน้าจั่วนี้มีลักษณะของความโดดเด่นตรงที่มีความกว้างของส่วนฐาน ส่วนกลาง และส่วนยอดที่เท่าเทียมกัน หมายความถึงการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนแห่งสยามประเทศ ภายในจำลักลาย บัว 3 ดอกเป็นดอกบัวที่ขึ้นพ้นเหนือน้ำ อันมีเต่าและปลาเป็นตัวแทนของสัตว์ร้ายต่างๆแหวกว่ายอยู่ หมายถึงบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาทั้ง 3 ระดับคือบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต ที่ผ่านอุปสรรคต่างๆนานัปการตามหลักที่ปรากฏในพุทธโอวาท และมีการประกอบสัญลักษณ์ พระอุณาโลม อันมีลักษณะพ้องกับเลข ๙ ของไทย เป็นเครื่องหมายอันเป็นนิมิตหมายที่ดี หมายถึง ความรู้และความสว่างแก่โลก

ทั้งนี้สัญลักษณ์จั่วสามมุขยังปรากฏเป็นศิลปกรรมตามสถานที่ต่างๆของมหาวิทยาลัย เช่น อาคารสารนิเทศ 50 ปี, อาคารวชิรานุสรณ์, อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๔ รอบพระชันษาจุฬาภรณ์, อาคารประจำวิทยาเขตต่างๆ หรือแม้กระทั่งบริเวณขอบรั้วโดยรอบมหาวิทยาลัยก็ถูกถอดแบบให้มีลักษณะเป็น "จั่วสามมุข" ด้วยเช่นกัน [38][39]

สัญลักษณ์จั่วสามมุข มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เพลงประจำมหาวิทยาลัย

เพลงพระราชนิพนธ์ เกษตรศาสตร์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2509 โดยโปรดเกล้าฯ ให้ ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร แต่งคำร้องถวาย[40]

สีประจำมหาวิทยาลัย

สีเขียวใบไม้ [41]

ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย

"ต้นนนทรี" โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกต้นนนทรี จำนวน 9 ต้น ณ บริเวณหน้าหอประชุม มก. เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 (ค.ศ. 1963) เวลา 15.30 น.[42] และมีพระราชดำรัสถึงบุคลากรและนิสิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในคราวนั้นว่า

ต้นนนทรีทรงปลูกทั้ง ๙ ต้น และหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2552

ขอฝากต้นไม้นี้ให้มหาวิทยาลัยและนิสิตช่วยกันรักษาให้ดี อย่าให้หงอย ขอฝากนิสิตทั้งหลาย ขอให้ช่วยกันรักษาตัวเองให้ดี และอย่าลืมว่าตัวเองนั้นจะอยู่กันได้ก็ด้วยแผ่นดินไทย ขอให้ช่วยรักษาแผ่นดินไทยไว้ด้วย คนไทยถ้าไร้แผ่นดินก็จะหงอยกันหมด อยู่กันไม่ได้ และเราก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น[43]

สำหรับต้นนนทรี ต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ทั้งเชื้อชาติและสัญชาติเป็นไทยแท้ ดังนั้นจึงมีความทรหดอดทนให้สีเขียวได้แม้ในยามแล้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นคุณสมบัติอันพึงจะมีจะเป็นของเกษตรกรไทย ต้นนนทรี เป็นไม้ยืนต้น มีอายุยืนยาวนาน มีใบเขียวตลอดทั้งปี ลักษณะใบเป็นฝอยคล้ายใบกระถิน ดอกสีเหลืองประปรายด้วยสีขาว ช่อดอกเป็นพวงระย้า และชูสง่า ฝักไม่ยอมทิ้งต้น มีความทนทานและปลูกได้ในทุกสภาพอากาศของไทย สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้เลือกให้เป็นต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[44][45]

อธิการบดี

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีอธิการบดีมาแล้ว 14 คน ดังรายพระนามและรายนามต่อไปนี้[46]

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
รายพระนามและรายนามอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง อ้างอิง
1. พลเรือเอกสินธุ์ กมลนาวิน พ.ศ. 2486 - พ.ศ. 2488 [2]
2. นายทวี บุณยเกตุ พ.ศ. 2488 - พ.ศ. 2489 [3]
3. หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ พ.ศ. 2489 - พ.ศ. 2501 [4][5]
4. ศาสตราจารย์อินทรี จันทรสถิตย์ พ.ศ. 2501 - พ.ศ. 2512 [6] [7]
5. หม่อมหลวงชูชาติ กำภู พ.ศ. 2508 - พ.ศ. 2510 [8][9]
6. หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ พ.ศ. 2512 - พ.ศ. 2517 [10] [11][12]
7. ศาสตราจารย์ระพี สาคริก พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2522 [13][14]
8. ศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ อิงคสุวรรณ พ.ศ. 2523 - พ.ศ. 2525 [15]
9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จงรัก ปรีชานนท์ พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2529 [16] [17]
10. ศาสตราจารย์ ดร.สุธรรม อารีกุล พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2535 [18][19][20]
11. ศาสตราจารย์ ดร.กำพล อดุลวิทย์ พ.ศ. 2535 - พ.ศ. 2539 [21] [22]
12. ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สูตะบุตร พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2544 [23][24]
13. รองศาสตราจารย์ ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2549 [25]
14. รองศาสตราจารย์วุฒิชัย กปิลกาญจน์ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 - ปัจจุบัน [26]

หน่วยงาน

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกอบด้วย วิทยาเขตที่เปิดเรียนแล้ว 5 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร, วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม, วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี, วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร และโครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

ส่วนทางด้านโครงการจัดตั้งวิทยาเขตลพบุรี ได้มีมติสภามหาวิทยาลัยให้ตั้งเป็น สถานีวิจัยในสังกัดสถาบันอินทรีจันทรสถิตย์ มีการจัดการเรียนการสอนเป็นการจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ ภายในจังหวัดลพบุรี และ โครงการจัดตั้งวิทยาเขตกระบี่ ให้ตั้งเป็นศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกระบี่ เพื่อให้บริการในลักษณะการต่อยอดด้านวิชาการต่างๆ[47][48]

วิทยาเขตบางเขน

เป็นวิทยาเขตหลัก ปัจจุบัน มีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอน 15 คณะ 1 วิทยาลัย ได้แก่

วิทยาเขตกำแพงแสน

ภาพต้นชมพูพันทิพย์ในวิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม

เป็นวิทยาเขตที่สอง ตั้งอยู่ที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ปัจจุบัน มีหน่วยงานที่จัดการเรียนการสอน 5 คณะ และ 3 คณะที่สอน 2 วิทยาเขต ได้แก่

วิทยาเขตศรีราชา

ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

โครงการจัดตั้งวิทยาเขตสุพรรณบุรี

เป็นการขยายโอกาสการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปยังพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ ในปัจจุบัน ยังไม่มีการจัดตั้งคณะอย่างเป็นทางการในวิทยาเขตนี้ โดยให้คณะในวิทยาเขตอื่นรับผิดชอบ ปัจจุบันได้มีการเปิดสอนในบางหลักสูตรแล้ว ได้แก่

สถาบันสมทบ

พื้นที่มหาวิทยาลัย

ที่ตั้งและอาณาเขต

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ดำเนินภารกิจเพื่อสนองนโยบายการกระจายโอกาสทางการศึกษาของรัฐบาลใน 4 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตบางเขน, วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม, วิทยาเขตศรีราชา จังหวัดชลบุรี และวิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสกลนคร โดยมีแหล่งที่ตั้งและจำนวนพื้นที่ของแต่ละวิทยาเขต ดังนี้[49]

การวิจัย

มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีนโยบายในการพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ (e-University) [50] ที่สมบูรณ์แบบ จึงได้วางเครือข่ายโครงสร้างและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในทุกหน่วยงานและทุกวิทยาเขตให้มีความพร้อมในการรองรับการเป็น e-University โดยใช้นโยบายในการบริหารโครงสร้างและระบบดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม กิจการนิสิต และการบริหารจัดการอย่างเต็มศักยภาพ

การดำเนินงานเพื่อพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ดำเนินการไปแล้วคือ การวางโครงสร้างเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งในวิทยาเขตบางเขนและวิทยาเขตต่าง ๆ โดยได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนในปี พ.ศ. 2546 รวม 34.5 ล้านบาท และมหาวิทยาลัยได้เตรียมงบประมาณรองรับการวางโครงสร้างเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไว้แล้วรวมกว่า 192 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยได้วางระบบเครือข่ายสำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation) และเริ่มใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติในหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ดำเนินการบริหารการประชุมโดยเริ่มระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) ในการประชุมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อลดปริมาณการใช้เอกสาร ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพื่อความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการวางระบบโครงสร้างเครือข่ายไร้สาย (Wireless Networking System) ในคณะ สำนัก สถาบัน และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็น Wireless Campus ซึ่งได้ดำเนินการแล้วหลายหน่วยงาน เช่น สำนักบริการคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สำนักงานอธิการบดี และ สำนักหอสมุด

โดยมีโครงการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ดำเนินการไปแล้วประกอบด้วย [51] โครงการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Meeting) โครงการระบบสำนักงานอัตโนมัติ (e-Office) โครงการระบบการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) โครงการข่าวอิเล็กทรอนิกส์ (e-News) โครงการไวร์เลสแคมปัส (Wireless Campus) โครงการบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) โครงการจัดทำฐานข้อมูลงานวิจัย (e-Publication) โครงการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Library) โครงการพัฒนา/ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนงานบริหารของมหาวิทยาลัย (e-MIS) โครงการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยให้มีความพร้อมด้านไอที (e-Personal) โครงการปรับปรุงและขยายเครือข่ายของมหาวิทยาลัย (e-Campus)

และมีแผนที่จะดำเนินงานในระยะต่อไปดังนี้ ดำเนินการโครงการ e-MIS ให้ครอบคลุมระบบงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย พัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนการสอนเพื่อก้าวสู่การใช้ e-Learning ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและพัฒนาโครงการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการก้าวสู่การเป็น e-University ที่สมบูรณ์แบบต่อไป ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบเครือข่ายฐานข้อมูลอัจฉริยะทางการเกษตร (Intelligent Agriculture System - e-Ag) ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การให้บริการข้อมูลทางการเกษตรโดยระบบอัจฉริยะ (Intelligent Systems) และการสื่อสารโดยผ่านทางสถานีวิทยุของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งการให้บริการถามตอบข้อมูลผ่านทาง Agriculture Call Center ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณทางด้านการวิจัยมากที่สุดและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง[52] [53] [54]โดยมหาวิทยาลัยได้วางนโยบาย มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยอย่างสมบูรณ์[55] โดยปรับปรุงกลไกเสริมสร้างเครือข่ายงานวิจัยในภาพรวมให้เข้มแข็ง ตลอดจนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างและพัฒนาบุคคากรของทางมหาวิทยาลัย ผลงานวิจัยของนักศึกษา ไปต่อยอดเทคโนโลยีที่ตอบสนองตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง[56][57] ทั้งนี้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มี โครงการวิจัยที่ได้รับเงินอุดหนุนวิจัยภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[58] โดยมีการคัดเลือกผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดแบ่งตามประเภทของหลักเกณฑ์ต่างๆ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เงินอุดหนุนวิจัยทั่วไป ได้แก่ โครงการวิจัย 3 สาขา คือ โครงการวิจัยสาขาเกษตร โครงการวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โครงการวิจัยสาขาสังคมศาสตรและพฤติกรรม และกลุ่มที่ 2 คือ เงินอุดหนุนวิจัยเฉพาะกิจ

นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับการคัดเลือกให้เป็น"มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ"[59] จากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.)ได้ จัดตั้งสถาบันวิทยาการขั้นสูงขึ้น 4 ศูนย์[60] คือ ศูนย์วิทยาการขั้นสูงเพื่อเกษตรและอาหาร, ศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านทรัพยากรธรรมชาติเขตร้อน, ศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านนาโนเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมเคมีอาหาร และการเกษตร, และ ศูนย์วิทยาการขั้นสูงด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อันเป็นการวางโครงสร้างขนาดใหญ่เพื่อรองรับการสร้างผลงานวิจัย สร้างบุคลากรนักวิจัย และผลิตนวัตกรรมต่าง ๆ[61] และเป็นการระดมสมองและบูรณาการความรู้จากบุคลากรทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนความเป็นเลิศทางวิชาการและแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทยไปสู่เวทีระดับนานาชาติ[62][63] ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมีหน่วยงานทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารการประสานงานด้านวิจัย และพัฒนาทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[64] ทำหน้าที่ประสานและบริหารงานวิจัย และบริการวิชาการ และงานวิจัย ให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่กำหนดในพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัย อันนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่สมบูรณ์แบบ[65]

อันดับมหาวิทยาลัย

อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ในปี พ.ศ. 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยใน "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย"[66] โดยในภาพรวมผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยกลุ่มดัชนีชี้วัดด้านการวิจัย และ กลุ่มดัชนีชี้วัดตามด้านการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเยี่ยมและ เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 8 ในด้านการเรียนการสอนของประเทศไทย [67]

นิตยสารไทมส์ไฮเออร์เอดูเคชันซัปพลีเมนต์ (THES) ได้จัดทำอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก โดยแบ่งเป็นโดยภาพรวม และจัดแยกสาขาออกเป็น 5 สาขา ได้แก่ สาขาเทคโนโลยี สาขาเวชชีวศาสตร์ สาขาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ และสาขาสังคมศาสตร์ โดยในภาพรวมแล้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ติดอยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศไทย[68]

ในปี พ.ศ. 2548 พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2553 (Webometrics Ranking of World Universities) โดยเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตามจำนวนเอกสารตีพิมพ์ออนไลน์ และจำนวนเอกสารที่มีการอ้างอิง ซึ่งพิจารณาจากข้อมูลของทุกมหาวิทยาลัยที่เผยแพร่ในฐานะข้อมูลต่างๆ ผ่านทาง website ของสถาบัน และบนฐานข้อมูลอื่นๆ ซึ่งผลการจัดอันดับในเดือนกรกฎาคม 2550 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ในอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย[69][70]

การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

ระดับปริญญาตรี

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในระบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้[71]

ทบวงมหาวิทยาลัยสอบคัดเลือกโดยรับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ เทียบเท่า โดยทบวงมหาวิทยาลัยจะประกาศรับประมาณเดือน มีนาคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสอบคัดเลือกหรือรับเข้าโดยตรง ตามโครงการต่างๆ ดังนี้
สอบคัดเลือกเข้าศีกษาตามโครงการส่งเสริมโอกาสศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำหรับนักเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนมัธยมศึกษาในท้องถิ่น (โควต้าพิเศษ) โดยมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กำหนดให้นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 สังกัดโรงเรียนที่ตั้งอยู่ ในจังหวัด นครสวรรค์ พิจิตร ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ และในเขตการศึกษาต่าง ๆ คือ

โดยจะประกาศรับสมัครในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือตามที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้โรงเรียนที่อยู่ในโครงการทราบ โดยตรง

สอบคัดเลือกเข้าศึกษาตามโครงการผู้ที่มีความสามารถทาง กีฬาดีเด่น ประกาศรับสมัครในช่วงเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม
สอบคัดเลือกตามโครงการวิศวกรรมศาสตร์ภาคพิเศษและ อุตสาหกรรมเกษตรภาคพิเศษ ประกาศรับในช่วงเดือน มีนาคม และวิทยาลัยชุมชนศรีราชา ประกาศรับช่วงเดือนเมษายน
รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าศึกษาในโครงการพัฒนา และส่งเสริมผู้มีความสามารพิเศษทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (พสวท.) และโครงการเร่งรัดผลิตครูทางคณิตศาสตร์
รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าศึกษาในโครงการของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) เข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และจากผู้มีความสามารถทาง การวิจัยดีเด่น เข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์
รับจากข้าราชการตามข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องซึ่งหน่วยงาน ต้นสังกัดระดับกรม เป็นผู้เสนอชื่อขอเข้าศึกษา
รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจาก 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการจัดส่งนักศึกษาชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามเข้า เรียนต่อ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆของ กระทรวงมหาดไทย
รับจากผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากต่างจังหวัด เข้าศึกษา ในคณะวนศาสตร์ ซึ่งคณะวนศาสตร์จะแจ้งให้โรงเรียนทราบโดยตรง

ระดับปริญญาโท

การรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ [72]

ผู้สมัครต้องสำเร็จปริญญาตรี หรือกำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาสุดท้าย และมีผลการศึกษาหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ดังนี้

ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50 หรือ

ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 และได้คะแนนเฉลี่ยในวิชาเอกที่จะสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาโท (ไม่น้อยกว่า 5 รายวิชา) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือ ได้คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70.00 หรือแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.00 และมีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานหรือผู้บังคับบัญชา (เงื่อนไขการทำงาน 3 ปี นับจากวันที่ทำงานหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี สำหรับผู้สมัครในภาคต้น และวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี สำหรับผู้สมัครในภาคปลาย

ระดับปริญญาเอก

การรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ [73]

ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือกำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาสุดท้ายในสาขาวิชาที่จะเข้าศึกษาหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และเคยผ่านงานวิจัยที่เป็นวิทยานิพนธ์มาแล้ว แต่ถ้าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทที่ไม่ผ่านการทำวิทยานิพนธ์ จะต้องมีผลงานวิจัย หรือมีประสบการณ์วิจัยในสายงานที่จะเข้าศึกษาและเป็นที่ยอมรับของสาขานั้น

นอกจากนี้การรับเข้าศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จะรับสมัครโดยโครงการต่าง ๆ ที่แต่ละคณะได้เปิดโครงการ ก็จะมีการรับสมัครโดยหน่วยงานของโครงการโดยตรง

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

องค์กรกิจกรรมนิสิตในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้บัญญัติข้อบังคับสำหรับการดำเนินกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและกิจกรรมมีประสิทธิภาพ สภามหาวิทยาลัยจึงมีประกาศสภามหาวิทยาลัย เรื่อง ข้อบังคับว่าด้วยธรรมนูญนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2549 (ฉบับปัจจุบัน) ซึ่งบัญญัติไว้ว่าการดำนเนินกิจกรรมนิสิตของมหาวิทยาลัยจะกระทำได้โดยองค์กรกิจกรรมนิสิต ดังต่อไปนี้

กิจกรรมวิชาการ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางวิชาการของคณะต่างๆ ได้แก่ งานเส้นทางอนุรักษ์บนร่างสืบของคณะวนศาสตร์, งานสัปดาห์สื่อสารของคณะมนุษยศาสตร์, งานเศรษฐศาสตร์วิชาการของคณะเศรษฐศาสตร์ , Bus weekของคณะบริหารธุรกิจ, งานวันรพีของภาควิชานิติศาสตร์, งานตามรอยประชาธิปไตยของภาควิชารัฐศาสตร์

กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม

กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และอาสาสมัคร

ทั้งนี้นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะได้รับการเสนอชื่อการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จะต้องเป็นนิสิตที่ทำกิจกรรมในด้านต่างๆให้ครบหน่วยชั่วโมงกิจกรรม โดยกิจกรรมแต่ละประเภทจะเป็นการพัฒนานิสิตในด้าน จริยธรรมและคุณธรรม วิชาการและทักษะวิชาชีพ สุขภาพ โดยเป็นการพัฒนาตนเองและเป็นการทำประโยชน์แก่สังคมอีกด้วย

วันสำคัญที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[77][78] ตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ โดยถือเอาการมีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฉบับแรก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2486 โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดพิธีวางพวงมาลาคารวะสามบูรพาจารย์และพิธีรดน้ำบูรพาจารย์อาวุโส เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครบรอบทุกๆปี ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

วันรำลึกถึงรัชกาลที่ 8 ทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลางบางเขน [79] เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขน และกิจการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 8 ทรงหว่านข้าวในแปลงนาหลังตึกขาว ซึ่งปัจจุบันคือตึกพืชพรรณของกรมวิชาการเกษตร เหตุการณ์ในวันนั้นจึงนับเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่ต้องจารึกไว้ประวัติศาสตร์การเกษตรของไทยและของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตลอดไป

วันนนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด[80] วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506 วันประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งของชาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ มาทรงปลูกต้นนนทรี และพระราชทานต้นนนทรีเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 9 ต้น ณ บริเวณด้านหน้าอาคารหอประชุม มก. เมื่อ เวลา 15.30 น. และหลังจากทรงปลูกต้นนนทรีแล้ว ได้ทรงดนตรีที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นครั้งแรก โดยล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จเข้าสู่หอประชุม เพื่อทรงดนตรีร่วมกับวง อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งมี อาจารย์ และ ศิษย์เก่า แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รวมอยู่ด้วย ได้แก่ อ.ระพี สาคริก นายอวบ เหมะรัชตะ เป็นต้น เหตุการณ์ในวันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่นำมาสู่การเสด็จ "เยี่ยมต้นนนทรี" และ "ทรงดนตรี" อีก 9 ครั้งในปีต่อๆ มา

วันหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร[81] วันหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร เป็นวันรำลึกซึ่งหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ถึงชีพิตักษัย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2514 หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ทรงเป็นประธานคณะกรรมการข้าวระหว่างชาติ ทรงได้รับรางวัลแมกไซไซด้านบริการสาธารณะ และที่สำคัญทรงเป็นได้รับการยกย่องให้เป็น บิดาแห่งการเกษตรแผนใหม่ โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้จัดพิธีรำลึกในวันที่ 22 มิถุนายน ของทุกปี ณ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันสระสุวรรณชาดพระราชทาน [82] [83] วันสระสุวรรณชาดพระราชทาน เป็นวันครบรอบสระสุวรรณชาดซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสำหรับการรักษาแบบธาราบำบัดให้สุนัขที่ป่วยด้วยโรคข้อกระดูกและระบบประสาท โดยเป็นเงินพระราชทานจากรายได้การจำหน่ายเสื้อคุณทองแดง พร้อมทั้งพระราชทานชื่อสระว่ายน้ำว่า สระสุวรรณชาด เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดสระสุวรรณชาด ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในครั้งนี้ด้วย

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินในการพิธีพระราชทานปริญญาและอนุปริญญา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน[84]

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ พ.ศ. 2496

มีหลักฐานจากสูจิบัตรวันพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมพ.ศ. 2493 โดยสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในคราวนั้นคือ ห้องโถงชั้นบนตึกสัตวบาล ซึ่งเป็นสถานที่พระราชทานปริญญาบัตรระหว่าง พ.ศ. 2493 - พ.ศ. 2495 [อาคารหอประวัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในปัจจุบัน][85][86]

ต่อมาพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตร แก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษา ได้ใช้อาคารห้องสมุดกลางในขณะนั้นในระหว่างปี พ.ศ. 2496 ถึงปี พ.ศ. 2499[87] และหลังจากหอประชุมใหญ่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2500 จึงได้ใช้อาคารหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนในเวลาต่อมา

ในปี พ.ศ. 2520 ได้มีการย้ายสถานที่ในการพระราชทานปริญญาบัตรจากหอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปเป็น อาคารใหม่ สวนอัมพร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปทรงประกอบพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2519 - 2520 โดยอาคารใหม่ สวนอัมพร นี้ เป็นสถานที่พระราชทานปริญญาบัตรระหว่าง พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2528[88]

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรประจำปี พ.ศ. 2529 ได้กลับมาจัดในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกครั้ง แต่เปลี่ยนสถานที่จากหอประชุมเป็นอาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ซึ่งมีขนาดกว้างขวางกว่าและจุผู้เข้าร่วมพิธีได้มากกว่า โดยในวาระนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีเปิดอาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ซึ่งตั้งชื่อตามพระนามพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ และใช้เป็นสถานพระราชทานปริญญาบัตร ตั้งแต่ พ.ศ. 2529 จวบจนถึงปัจจุบัน[89]

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2543 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๑ ณ อาคารจักรพันธ์ เพ็ญศิริ ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ [90]

และในปีพ.ศ. 2544จนถึง ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากทุกวิทยาเขต โดยมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี[91]

บุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เกร็ด

เสด็จมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2489

วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ครั้งทรงพระอริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงโดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล มาทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขนและทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และทรงมีพระราชดำรัสมีใจความตอนหนึ่งว่า[92] [93]

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นี้นับว่าเป็นสถานศึกษาที่สำคัญส่วนหนึ่งของชาติด้วยว่าการเกษตรเป็นสิ่งที่เหมาะสมแก่พื้นภูมิประเทศเราโดยทั่ว ๆ ไป จะเป็นการทำนาก็ดี การเพาะปลูกพืชพรรณใด ๆ ก็ดี ย่อมได้ผลเจริญงอกงามทั้งนั้น ฉะนั้นการที่ท่านได้เข้ามาเป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ขอให้ท่านจงหมั่นพยายามศึกษาแสวงหาความรู้ความชำนาญให้จน เป็นผลสำเร็จ เมื่อท่านศึกษาวิชาต่าง ๆ จบหลักสูตรแล้ว จะได้นำวิชาที่ได้ศึกษานี้ไปใช้ในครอบครัวของท่าน และจงช่วยแนะนำ ให้ญาติมิตรและเพื่อนบ้านใกล้เคียงของท่าน ได้ประกอบตามแนวความรู้ความชำนาญของท่าน เพื่อจะได้เป็นทางเผยแพร่ในการ เกษตรกรรม ให้แพร่หลายยิ่งขึ้น ผลที่จะได้รับก็คือทางครอบครัวท่านก็จะมีอาชีพเป็นหลักฐานหรือถ้าจะประกอบให้เป็นอาชีพที่ เป็นล่ำเป็นสัน ความอุดมสมบูรณ์ในด้านการเกษตรก็จะเป็นของชาติในภายหน้าต่อไป

— พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๘ ครั้นเสด็จเยือน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๘๙

การเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งนั้น เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ต่อศาสตร์ทางการเกษตรอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยด้านการเกษตรอันเป็นรากฐานของประเทศชาติ อีกทั้งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้เอง ถือเป็นพระราชกรณียกิจครั้งท้ายสุดของรัชกาลที่ 8 ก่อนเสด็จสวรรคตด้วย[94][95]

วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 20.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงนำคุณทองแดง มาเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการนี้ พระบรมวงศานุวงศ์ร่วมเสด็จพระราชดำเนินด้วย ซึ่งพระองค์ได้ประทับแรม ณ ห้อง 301 ชั้น 3 คณะสัตวแพทย์ และเสด็จพระราชดำเนินกลับในเวลา ประมาณ 09.00 น. ของวันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551 [96]

โรงเรียนช่างไหม ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผลจากการชำระข้อมูลทางประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ภายหลังที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราโชวาทถึงประวัติศาสตร์ในการศึกษาเกี่ยวกับการเกษตร ว่า

ในเวลาต่อมาข้าพเจ้าได้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ก็ทรงเห็นความสำคัญของชาวนาชาวไร่ จนถึงกับทรงส่งพระราชโอรสคือ กรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม ทรงเดินทางฝ่าความทุรกันดารไปตั้งศูนย์การเลี้ยงไหมที่จังหวัดบุรีรัมย์

[97]

อ้างอิง

  1. ^ แนะนำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  2. ^ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๙๘
  3. ^ พระราโชวาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
  4. ^ ความเป็นมาก่อนการจัดตั้งมหาวิทยาลัย
  5. ^ 2 กุมภาพันธ์ วันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  6. ^ "A Scientist and a Link of the Chain unitingThailand and Japan"
  7. ^ ตารางเอกสารจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  8. ^ หม่อนไหมสายใยแผ่นดิน
  9. ^ ประวัติหน่วยงาน สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ
  10. ^ การพัฒนาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในประเทศไทย
  11. ^ โรงเรียนเกษตราธิการ-เปิดยุคการศึกษาเกษตรตามแบบอย่างตะวันตก
  12. ^ ประกาศตั้งโรงเรียนข้าราชการพลเรือน ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
  13. ^ การศึกษา ๘ สาขาของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน
  14. ^ การพัฒนาอาชีวเกษตรกรรม
  15. ^ บุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัย
  16. ^ วิญญาณสามบูรพาจารย์เกษตร โดย ศ.ระพี สาคริก
  17. ^ ประวัติการศึกษาเกษตรศาสตร์
  18. ^ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พุทธศักราช ๒๔๘๖
  19. ^ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ๒๔๘๖
  20. ^ ประวัติการศึกษาเกษตรศาสตร์
  21. ^ "คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์"(Faculty of Fisheries)
  22. ^ ประวัติการก่อตั้งคณะวนศาสตร์
  23. ^ แนะนำคณะเศรษฐศาสตร์
  24. ^ " การศึกษาของคณะสหกรณ์แยกเป็น 4 แผนก คือ สหกรณ์ บัญชี เศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์
  25. ^ ทำไมจึงไม่มีคนรับผิดชอบในทางการเมืองของประเทศไทย โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
  26. ^ "ความเป็นมาก่อนจัดตั้งมหาวิทยาลัย"
  27. ^ "กรมนา"
  28. ^ "ย้อนรอยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์"
  29. ^ "เวียง วัง คลัง นา ยังมีสายใยผสาน แต่หากกระจายอำนาจแบบไร้ทิศทางใครตอบได้"
  30. ^ "กฎหมายที่ดิน"
  31. ^ ฝากไว้ให้ลูกหลานชาวเกษตร ศาสตราจารย์ ดร. อรรถ นาครทรรพ
  32. ^ ในระหว่าง พ.ศ. 2518 ได้มีการวิ่งเต้นขอให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จากบุคคลกลุ่มหนึ่ง ...
  33. ^ จิตวิญญาณเกษตรศาสตร์ คือ จิตวิญญาณเพื่อชาติ และ จิตวิญญาณของฉัน
  34. ^ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  35. ^ [1]
  36. ^ พระราชวังวินเซอร์หรือวังกลางทุ่ง โรงเรียนเกษตราธิการ
  37. ^ เอกสารประกอบพิธีเปิดอาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  38. ^ สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  39. ^ อัลบั้มภาพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  40. ^ เพลงพระราชนิพนธ์ “เกษตรศาสตร์”
  41. ^ กำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามพรบ.เครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482
  42. ^ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : ต้นนนทรี
  43. ^ เอกสารประชาสัมพันธ์วันนนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด
  44. ^ รศ. ม.ล. จารุพันธ์ ทองแถม : นนทรี-สีเขียว ไม้ยืนต้นสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  45. ^ เอกสารประชาสัมพันธ์วันนนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด
  46. ^ รายพระนามและรายนามอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  47. ^ KU Online ทิศทางการพัฒนา 3 โครงการจัดตั้งวิทยาเขตใหม่
  48. ^ ศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกระบี่
  49. ^ ที่ตั้งวิทยาเขต
  50. ^ การพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์
  51. ^ รายงานการบริหารงานที่กำลังดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันโครงการ e-University
  52. ^ รายงานประจำปี 2546 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  53. ^ รายงานประจำปี 2547 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  54. ^ การบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในรอบปีที่ 3 ก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 7
  55. ^ นโยบายวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  56. ^ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สนับสนุนงานวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  57. ^ ลงนามระหว่าง มก.กับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาฯ
  58. ^ โครงการวิจัยเพื่อพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการวิจัยรายงานฉบับสมบูรณ์ พ.ศ. 2548
  59. ^ KU institue for Advance Studies (KU-National Research Universities)
  60. ^ ม.เกษตรฯ กับความก้าวหน้าการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ
  61. ^ ระบบงานวิจัยและงานสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  62. ^ KASETSART JOURNAL
  63. ^ นิทรรศการงานวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  64. ^ สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  65. ^ แนะนำสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  66. ^ ฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย
  67. ^ 50 อันดับมหาวิทยาลัยไทย
  68. ^ - QS World University Rankings 2007
  69. ^ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย เว็บโอเมตริกซ์
  70. ^ ม.เกษตร ผงาดขึ้นอันดับ 1 มหาวิทยาลัยในไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกบนเว็บ
  71. ^ สำนักทะเบียนและประมวลผลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  72. ^ บัณฑิตวิทยาลัย
  73. ^ บัณฑิตวิทยาลัย
  74. ^ แถลงข่าวงานเกษตรแห่งชาติ 2548
  75. ^ ปี46 (7 พ.ย.46)
  76. ^ เอกสารการสมัครการประกวดธิดาเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
  77. ^ วันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครบรอบ 63 ปี
  78. ^ ประวัติโดยสังเขป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  79. ^ วันรำลึกถึงรัชกาลที่ 8 ทรงหว่านข้าว ณ เกษตรกลางบางเขน
  80. ^ นนทรีทรงปลูก ดนตรีทรงโปรด
  81. ^ บิดาการเกษตร
  82. ^ ในหลวงเสด็จเปิด "สระสุวรรณชาด" คุณทองแดงโชว์ กดป้ายชื่อสระ
  83. ^ ฉลองครบรอบวันสระสุวรรณชาดพระราชทาน
  84. ^ ลำดับเหตุการณ์การเสด็จพระราชดำเนินตลอดหกทศวรรษ
  85. ^ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  86. ^ พิธีประสาทปริญญาและอนุปริญญา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พ.ศ. 2493
  87. ^ พิธีประสาทปริญญาและอนุปริญญา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2499
  88. ^ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร
  89. ^ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  90. ^ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  91. ^ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๔
  92. ^ เย็นศิระเพราะพระบริบาล
  93. ^ จดหมายเหตุการเสด็0พระราชดำเนินประพาสเกษตรกลางบางเขนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  94. ^ หนังสือเจ้านายเล็กๆ-ยุวกษัตริย์ ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา
  95. ^ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล จาก เว็บไซต์รากฐานไทย ฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ
  96. ^ ในหลวง"เสด็จส่วนพระองค์ม.เกษตรฯทรงนำ"คุณทองแดง" เข้ารับการรักษาพยาบาลที่คณะสัตวแพทยศาสตร์
  97. ^ พระราโชวาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันอังคาร ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๓๘
  98. ^ ความเป็นมาก่อนจัดตั้งมหาวิทยาลัย เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียกดู 4 ก.ย. 2549

ดูเพิ่ม

แหล่งข้อมูลอื่น

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°50′52″N 100°34′15″E / 13.847747°N 100.57084°E / 13.847747; 100.57084