ภัสสร บุณยเกียรติ

ภัสสร บุณยเกียรติ
Honey31-P1030262.jpg
ชื่อเกิด ภัสสร บุณยเกียรติ
ชื่อเล่น ฮันนี่
เกิด 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 (44 ปี)
คู่สมรส ธีรพงษ์ เหลียวรักวงศ์
อาชีพ นางแบบ นักแสดง นักร้อง
แนวเพลง ป็อป, ร็อก
ค่าย คีตา เรคคอร์ดส
รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
ปี 2532 ตุ๊กตาทอง นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก แม่เบี้ย
ตุ๊กตาเงิน นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จาก นักเลง
ปี 2533 ตุ๊กตาทอง นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก หลงไฟ
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)

ภัสสร บุณยเกียรติ (ชื่อเล่น: ฮันนี่) เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 เป็นนางงามรางวัลขวัญใจช่างภาพนางสาวไทยปี 2531 ปีเดียวกับภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก เป็นนางงามขวัญใจช่างภาพมิสอินเตอร์เนชั่นแนล หรือนางงามนานาชาติที่ญี่ปุ่นในปีนั้น[1] เป็นนักแสดง นักร้องกับค่ายคีตา โดยมีเพลงที่โด่งดังคือ "เสือ" ซึ่งภาพลักษณ์ออกไปในทาง Sexy นับเป็นนักร้องหญิงคนแรกที่สร้างจุดขายด้วยภาพที่ดูร้อนแรง และมั่นใจในตัวเอง จนทำให้แฟนเพลงขนามนามเธอว่า Super Sexy Star ฮันนี่จัดคอนเสิร์ตที่เซ็กซี่ที่สุดในชีวิต กับ "คอนเสิร์ตเรทอาร์" ที่ขนความเซ็กซี่แบบขีดสุดทั่วทุกอณูในฮอลล์ สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเพลงไทยในช่วงนั้น สำหรับคอนสิร์ตที่ใจกล้าที่สุดของเธอ ผลงานชุดแรก "ดวงตาข้างขวาของฉันคล้ายเป็นเนื้อเยื่อพเศษ" โด่งดังระดับ Top Idol สำหรับพ.ศ.นั้น ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายถึง 5,00,000 ตลับ จนมีต้องเพิ่มปกพิเศษ "ไม่อยากจะบอกว่าดวงตาข้างซ๊ายของฉันก็มีเนื้อเยื่อพิเศษ" ตามออกมาเพื่อขอบคุณแฟนเพลงด้วยการเอาบทเพลง "เสือ" มารีมิกซ์ดนตรีใหม่ให้คึกคักกว่าเดิม ฮันนี่ประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงสั้นๆ เมื่อจู่ๆ เธอทิ้งงานเพลงชุดที่ 2 ที่จะต่อยอดให้เธอกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ ซึ่งทางทีมงานได้เตรียมชื่ออัลบั้มไว้แล้วว่า "น้ำผึ้งร้อนดั่งไฟ ใครโดนมันหลอมละลายทันที" และได้บันทึกเสียงเพลง "จูบสุดท้าย" ที่เป็นซิงเกิ้ลแรกเอาไวเรียบร้อย แต่ฮันนี่ทิ้งทุกอย่าง เพื่อไปใช้ชีวิตครอบครัว และต่อมาในปี 2539 ฮันนี่กกลับมาร้องเพลงอีกครั้งในชุด "ไม่กัดหรอก" โดยภาพลักษณ์ยังยึดคอนเซปท์เดิม แต่ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้นจึงสวนทางกับภาพเซ็กซี่ในแบบเก่า จึงทำให้เธอต้องถอยหลัง และกลับไปตั้งหลักกับงานแสดงเป็นงานหลัก ถึงแม้เธอจะไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนแต่ก่อน แต่คุณภาพคับแก้วระดับนางเอกมือรางวัลก็ยังแพรวพราว และครองความเซ็กซี่อมตะตลอดมา

ด้านบทบาทการแสดง เริ่มแสดงละครโทรทัศน์เรื่อง ช่อปาริชาต ทางช่อง 7 สี และแสดงภาพยนตร์เรื่อง นักเลง และ แม่เบี้ย ในปี พ.ศ. 2532 จนได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง 2 ตัวในปีเดียวกันคือ สาขาผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากเรื่อง แม่เบี้ย[2] และรางวัลดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง นักเลง

ฮันนี่จบจากเซ็นต์โยเซฟแล้วเข้าเรียนต่อที่พระนครธุรกิจ ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยหลากหลายบทบาททั้งแสดงภาพยนตร์ และถ่ายแบบ ในภาพลักษณ์ที่เน้นความเซ็กซี่ สมรสกับธีรพงษ์ เหลียวรักวงศ์ ช่างภาพนู้ด จากนั้นหายจากวงการไปพักใหญ่ จนกลับมาแสดงละครให้กับช่องต่าง ๆ อีกครั้ง[3] โดยในปี 2550 ได้รับรางวัล ok!award : sexy foever จากนิตยสาร ok!

เนื้อหา

ผลงาน

ภาพยนตร์

ละคร

ผลงานเพลง

อ้างอิง