ประเทศปากีสถาน

สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน
Islamic Republic of Pakistan (อังกฤษ)
اسلامی جمہوریہ پاکستان (อูรดู)
ธงชาติ
คำขวัญIman, Ittehad, Nazm
("ศรัทธา, เอกภาพ, วินัย")
เพลงชาติQaumi Tarana
(เพลงชาติ) [1][2]
เมืองหลวง อิสลามาบัด
33°40′N 73°10′E / 33.667°N 73.167°E / 33.667; 73.167
เมืองใหญ่สุด การาจี
ภาษาทางการ ภาษาอูรดูและภาษาอังกฤษ
การปกครอง สาธารณรัฐอิสลาม
 -  ประธานาธิบดี อาซิฟ อาลี ซาร์ดารี
 -  นายกรัฐมนตรี ยูซัฟ ราซา กีลานี
เอกราช จาก สหราชอาณาจักร 
 -  ประกาศ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2490 
 -  สาธารณรัฐ 23 มีนาคม พ.ศ. 2499 
พื้นที่
 -  รวม 803,940 ตร.กม. (34)
339,868 ตร.ไมล์ 
 -  แหล่งน้ำ (%) 3.1
ประชากร
 -  2549 (ประเมิน) 163,985,373[3] (6)
 -  ความหนาแน่น 211 คน/ตร.กม. (53)
529 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2548 (ประมาณ)
 -  รวม 404.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (26)
 -  ต่อหัว 2,628 ดอลลาร์สหรัฐ (128)
ดพม. (2546) 0.527 (กลาง) (135)
สกุลเงิน รูปี (Rs.) (PKR)
เขตเวลา PST (UTC+5:00)
 -  (DST) not observed (UTC+6:00)
ระบบจราจร ซ้ายมือ
โดเมนบนสุด .pk
รหัสโทรศัพท์ 92

ปากีสถาน (อังกฤษ: Pakistan; อูรดู: پاکستان) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน (อังกฤษ: Islamic Republic of Pakistan; อูรดู: اسلامی جمہوریہ پاکستان) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเอเชียใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศอินเดีย อิหร่าน อัฟกานิสถาน และ จีน และมีชายฝั่งติดกับทะเลอาหรับ มีประชากรกว่า 150 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6 ของโลก และเป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ใหญ่เป็นอันดับ 2 และเป็นสมาชิกที่สำคัญของ โอไอซี และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง

คำว่า "ปากีสถาน" ซึ่งมีความหมายว่า "ดินแดนของชนบริสุทธิ์" ในภาษาอูรดูและภาษาเปอร์เซียนั้น มาจากการรวมชื่อดินแดนในประเทศนี้ ประกอบด้วยปัญจาบ (Punjab) อัฟกาเนีย (Afghania) แคชเมียร์หรือกัศมีร์ (Kashmir) สินธ์ (Sindh) และบาลูจิสถาน (BaluchisTAN)

เนื้อหา

ประวัติศาสตร์

ตักสิลา ในสมัยพุทธกาลเป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนต่างๆ

การเมือง

ปากีสถานปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลาม มีประธานาธิบดีเป็นประมุข นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร

การแบ่งเขตการปกครอง

แผนที่แสดงที่ตั้งแคว้นและดินแดนของประเทศปากีสถาน

เขตการปกครองต่าง ๆ ของประเทศปากีสถาน ได้แก่

รัฐ (Province) :

ดินแดน (Territorry) :

ส่วนของเขตแคชเมียร์ที่ปากีสถานบริหาร (Pakistani-administered portion of Kashmir region) :

ภูมิศาสตร์

เคทู เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก สูง 8,611 เมตร จากระดับน้ำทะเล

สภาพภูมิอากาศของประเทศปากีสถานแตกต่างกันออกไปตามสภาพที่ตั้ง มีตั้งแต่อากาศร้อนจัดจนถึงอากาศหนาวจัดในตอนเหนือของประเทศ ในตอนกลางของประเทศเป็นที่ราบมีอากาศร้อนในฤดูร้อนและเย็นลงในฤดูหนาวส่วนทางตอนเหนือจะมีอากาศต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในฤดูหนาว จึงมีหึมะปลกคลุมอยู่ทั่วไปปริมาณน้ำฝนที่ตกไม่มากนักยกเว้นทางตอนใต้ของประเทศติดกับ ทะเลอาหรับจะมีฝนตกหนักเนื่องจากได้รับอิทธิพลลมมรสุมตกชุกในปลายฤดูร้อน

เศรษฐกิจ

ใจกลางกรุงอิสลามาบัด
การคมนาคมแสนวุ่นวายที่จัตุรัสอัล ฟาลาห์

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ปากีสถานมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายเปิดประเทศ พร้อมกับรับความช่วยเหลือจากประเทศตะวันตก เนื่องจากให้ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย และเป็นผลจากภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นโดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โทรคมนาคม และการก่อสร้างโครงการใหญ่ๆ ภาคบริการและภาคการเกษตร อย่างไรก็ดี อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของปากีสถานในช่วงปี 2550-2551 อยู่ที่ร้อยละ 6 จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 7.2 และน้อยกว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงก่อนหน้านั้น (ร้อยละ 6.8) การที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของปากีสถานมีตัวเลขลดลง มีเหตุผลหลายประการ อาทิ

  1. ผลผลิตทางการเกษตรของปากีสถานลดลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะฝ้ายซึ่งเป็นสินค้าเกษตรสำคัญและเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของปากีสถาน
  2. ผลผลิตและกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมหลักของปากีสถานลดลง เนื่องจากปัญหาการผลิตกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอกับ

ความต้องการภายในประเทศ

  1. การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ขาดประสิทธิภาพและความต่อเนื่อง รวมทั้งความสนใจของรัฐบาลในการแก้ไขสภาพเศรษฐกิจที่ไม่จริงจัง เนื่องจากสถานการณ์การเมืองภายในและสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพ
  2. ตัวเลขการส่งออกของปากีสถานที่มีอัตราลดลงอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากผลผลิตทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่ลดลง
  3. ตัวเลขการลงทุนจากต่างชาติที่มีจำนวนลดลงอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งลดลงจาก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2551

ขณะที่ปัญหาการเมืองภายใน ปัญหาการก่อการร้ายโดยกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มหัวรุนแรงที่รุมเร้ารัฐบาลปากีสถาน โดยเฉพาะภายหลังเกิดเหตุระเบิดพลีชีพ ที่โรงแรมแมริออต ใจกลางกรุงอิสลามาบัด เมื่อเดือนกันยายน 2551 เป็นต้นมา ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์และการลงทุนจากต่างประเทศในปากีสถาน แม้ว่าตลอดมา รัฐบาลปากีสถานจะพยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศโดยเฉพาะ การแก้ไขปัญหาสภาวการณ์ขาดดุลทางการคลัง การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาพืชผลสินค้าเกษตรตกต่ำ ค่าเงินสกุลรูปีปากีสถานตกต่ำลง เมื่อเปรียบเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ขณะที่เงินสำรองระหว่างประเทศของปากีสถานยังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงราวเดือนละ 811-911 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ปากีสถานเคยมีเงินตราสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับต่ำโดยเหลือเพียง 8.832 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนกันยายน 2551 ดังนั้น ปากีสถานจึงตัดสินใจพึ่งพาความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund – IMF) ทั้งนี้ จากการเจรจาระหว่าง IMF กับรัฐบาลปากีสถาน IMF จะให้เงินกู้แก่ปากีสถาน จำนวนทั้งสิ้น 7.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในกำหนดระยะเวลา 2 ปี โดยส่งมอบเงินงวดแรกให้ในเดือนพฤศจิกายน 2551 จำนวน 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และงวดต่อไป จำนวน 3.5 - 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2552 สำหรับเงินกู้งวดแรก IMF กำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.51 และเพิ่มเป็นร้อยละ 4.5 สำหรับเงินจำนวนที่เหลือ โดยมีกำหนดเริ่มชำระเงิน ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2554 – 2555 จนถึงปี 2558 – 2559 โดยปากีสถานมีพันธกรณีกับ IMF ที่จะต้องดำเนินการ อาทิ ลดการขาดดุลการคลัง (fiscal deficit) ให้เหลือเพียงร้อยละ 4.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยขยายอัตราการเก็บภาษี ต่อ GDP ให้เพิ่มจากร้อยละ 9.6 ในปัจจุบัน ขึ้นเป็นร้อยละ 15 ในอีก 5-7 ปีข้างหน้า ยกเลิกการอุดหนุนด้านพลังงาน และลดการกู้ยืมจากธนาคารกลางและเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ เป็นต้น นอกจากนี้ ในเวทีการประชุม Pakistan Donors Conference and the Friends of Democratic Pakistan Ministerial Meeting ครั้งที่ 2 ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2552 ปากีสถานได้รับแจ้งจากประเทศพันธมิตรที่จะให้ความช่วยเหลือ ขณะที่ในเวทีการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป-ปากีสถาน (The EU-Pakistan Summit) ครั้งที่ 1 ที่ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2552 ที่ประชุมมีมติสนับสนุนปากีสถานทางด้านการเงินเป็นจำนวนรวม 1.8 พันล้านยูโร สำหรับการค้าระหว่างประเทศ ปากีสถานประสบกับปัญหาการขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่องเนื่องจากในช่วงปี 2550 - 2551 มีปัจจัยด้านต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของปากีสถาน อาทิ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์การเมืองและความมั่นคงภายในประเทศที่ขาดเสถียรภาพ ผลผลิตในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมที่ลดลงจึงทำให้ปัญหาการขาดดุลการค้าของปากีสถานมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2551 มูลค่าการส่งออกสินค้าของปากีสถานเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากผลผลิตของภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรที่ลดลง (เป็นผลจากการขาดแคลนกระแสไฟฟ้า ราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่สูงขึ้น) ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าของปากีสถานสูงขึ้น เนื่องจากต้องนำเข้าน้ำมันและข้าวสาลีจำนวนมากในช่วงที่ภาวะราคาสินค้าทั้งสองในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ปากีสถานยังต้องนำเข้าสินค้าประเภทน้ำมันเพื่อการบริโภค และเครื่องจักรเพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้วยเหตุข้างต้น จึงส่งผลให้ปากีสถานขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น อาทิ ในปี 2549 - 2550 ปากีสถานส่งสินค้าออก 17,278.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 26,989.44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 9,711.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในปี 2550-2551 ปากีสถานส่งสินค้าออก21,122.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำเข้า 35,417.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดดุลการค้า 15,294.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันปากีสถานได้เริ่มดำเนินนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการกระตุ้นความสนใจต่อแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีทางพุทธศาสนาในปากีสถาน โดยเฉพาะที่เมืองตักศิลา ทั้งนี้ ปากีสถานหวังว่า การท่องเที่ยวจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญอีกสาขาหนึ่งของประเทศ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งยังต้องพัฒนาความพร้อมอีกมากในหลายด้าน

ประชากร

เขตความหนาแน่นแบ่งตามสีในปากีสถาน

มีการประมาณประชากรของปากีสถานในปี พ.ศ. 2552 ประมาณ 180,800,000 คน[4] [5] โดยชาวปัญจาบเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศ มีจำนวนกว่าร้อยละ 60-70 รองลงมาเป็นพวกซินด์ และปาทาน นอกจากนี้ยังมีประชากรกลุ่มอื่น อย่างชาวอัฟกันอพยพ, บัลติ, เปอร์เซีย, กัศมีร์ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชนที่อพยพเข้ามาทีหลังอย่าง ชาวปากีสถานเชื้อสายจีน และชาวปากีสถานเชื้อสายไทย

ประชากรกว่าร้อยละ 97 นับถือศาสนาอิสลาม โดยส่วนใหญ่เป็นซุนนีย์ ส่วนร้อยละ 20 เท่านั้นที่เป็นชีอะห์ มีผู้นับถือศาสนาอื่นอยู่บ้าง แต่มีอยู่ประปราย และส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตชนบท และเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการประมง

ศาสนา

มัสยิดแบดชาฮิ

ประเทศปากีสถาน จัดว่าเป็นประเทศสังคมมุสลิม เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์มากเป็นอันดับที่สองของโลก โดยมีผู้นับถือนิกายซุนนีย์ร้อยละ 75 และนิกายชีอะห์ร้อยละ 20 โดยสามารถจำแนกจำนวนศาสนิกของศาสนาต่างๆ ได้ดังนี้

นอกจากนี้ยังมีศาสนิกชนในศาสนาอื่น ที่ไม่ได้รวมในที่นี้ได้แก่ ผู้นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ (ชาวปาร์ซี),ลัทธิอาหมัด, ศาสนาพุทธ[6], ศาสนายูดาย, ศาสนาบาไฮ และนับถือผี (มีมากในกาลาชา ในเขตชิลทรัล) [7]

วัฒนธรรม

อาหารปากีสถาน มีความหลากหมายมาก

วัฒนธรรมของชาวปากีสถานแสดงให้เห็นถึงอย่างแท้จริง ผู้ที่มาเยือนจะพบหลักฐานถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวปากีสถาน ศิลปกรรมของชาวปากีสถานมีรูปแบบทั้งที่เป็นศิลปกรรมทางศาสนา เช่น พรมขนสัตว์ เครื่องทองเหลือง และรูปแกะสลัก เป็นต้นทางด้านดนตรีและการฟ้อนรำมีประวัติอันยาวนาน การฟ้อนรำเป็นการฟ้อนของชาวปากีสถานโดยเฉพาะ สถานที่สำคัญในประเทศปากีสถานมีอยู่มากมาย เช่น เมืองโมเฮนโจดาโร เป็นสถานที่ทางโบราณคดีที่สำคัญ ส่วนโบราณสถานของศาสนามีปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป เช่น ที่เมืองลาฮอร์ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ มีสถานที่สำคัญ ๆ หลายแห่ง เช่น ค่ายทหารเมืองลาฮอร์ และมัสยิดบาสชาฮิซึ่งสร้างโดยจักรพรรดิออรังเซ็บ มัสยิดบาสชาฮินี้กว้างเป็นอันดับหนึ่งของโลก นอกจากนี้ปากีสถานยังมีสถานที่อื่นที่นาสนใจอีกมาก ควรจะไปเที่ยวดินแดนทางภาคเหนือซึ่งเป็นขุนเขา มีหิมะปกคลุมตลอดฤดูหนาว

ลักษณะทางสังคมส่วนใหญ่ยังเป็นแบบดั้งเดิม ยังยึดจารีตและวัฒนธรรมมุสลิมอย่างเคร่งครัดในการดำรงชีพ แต่ภายหลังเมื่อได้รับอิทธิพลจากตะวันตก จึงมีการเปลี่ยนไปตามแบบวัฒนธรรมตะวันตกบ้าง เช่น ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมทางการเมือง งานสวัสดิการสังคม และมีการเรียกร้องสิทธิสตรีให้ทัดเทียมกับบุรุษ โดยจะต้องอยู่ในกรอบวัฒนธรรมอิสลาม

อ้างอิง

  1. ^ Official website, American Institute of Pakistan Studies. ""National Anthem of Pakistan"". http://www.pakistanstudies-aips.org/en/nap.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2006-04-18. 
  2. ^ Embassy of Pakistan, Washington D. C.. ""Pakistani Flag"". http://www.embassyofpakistan.org/nationalanthem.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 2006-04-18. 
  3. ^ World Gazetteer population estimate for 2006
  4. ^ Department of Economic and Social Affairs Population Division (2009). "World Population Prospects, Table A.1" (.PDF). 2008 revision. United Nations. เข้าถึงเมื่อ 2009-03-12.
  5. ^ 2009 World Population Data Sheet - Population Reference Bureau
  6. ^ ผู้นำชาวพุทธในปากีสถานขอให้ช่วยพัฒนาพุทธสถาน
  7. ^ "International Religious Freedom Report 2007". State Department, US. 2007. http://www.state.gov/g/drl/rls/irf/2007/90233.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-03-21. 

แหล่งข้อมูลอื่น

Commons:Category
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ:
ประเทศปากีสถาน